“ศรีวราห์” ตรวจสอบปืน 23 กระบอกโยงคดีเงินทอนวัด

Home / ข่าวทั่วไป / “ศรีวราห์” ตรวจสอบปืน 23 กระบอกโยงคดีเงินทอนวัด
พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, คดีเงินทอนวัด,รามคำแหง,ปืน 23 กระบอก
“พลต.อ.ศรีวราห์” แถลงผลการตรวจค้นบ้าน ร.ท. เอี่ยวคดีเงินทอนวัด ยึดปืน 23 กระบอก พบแม่บ้านรับโอน 25 ล้านบาท

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจสอบ อาวุธปืนจำนวน 23 กระบอก ซึ่งสามารถตรวจยึดได้ภายหลังจากที่กองปราบปรามเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ที่บ้านหลังหนึ่งย่านรามคำแหงวานนี้

โดยภายในบ้านเจ้าหน้าที่พบนางสาวนุสรา สิทธินอก ซึ่งเป็น บุคคลตามที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ร้องเรียนกับกองปราบปรามว่าบุคคลดังกล่าว เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด โดยทำหน้าที่เป็นผู้เปิดบัญชีและรับโอนเงิน จำนวน 25 ล้านบาท มาจากบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด

โดยบ้านหลังดังกล่าว มีร้อยโท ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารประจำศูนย์รักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพไทยหรือ ศรภ. และนางสาวภคภรณ์ ศิริโชติ เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งภายในบ้านหลังดังกล่าวเจ้าหน้าที่ยังพบตู้เซฟ 3 ตู้ ซึ่งจากการตรวจสอบภายในพบอาวุธปืน สั้น และปืนยาวรวม 23 กระบอก กระสุนปืนขนาดต่างๆ กว่า 1,000 นัด พระเครื่อง สร้อยคอทองคำและทรัพย์สินต่างๆ อีกหลายรายการ

พลตำรวจเอกศรีวราห์ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบอาวุธปืนจำนวนดังกล่าวพบว่าส่วนใหญ่มีเลขทะเบียนและใบอนุญาต แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ใบอนุญาต เลขทะเบียนและอาวุธปืนที่มีตรงกันหรือไม่ ใครเป็นผู้ถือครอง ส่วนอาวุธปืนที่ไม่มีเลขทะเบียนเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีแหล่งที่มาจากที่ใด ส่วนอาวุธปืนและทรัพย์สินดังกล่าวจะ มีที่มาจากเงินทอนวัดหรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้

ทั้งนี้มองว่า เป็นเรื่องผิดปกติที่นายทหารยศร้อยโท และถูกบรรจุเข้ารับราชการทหารในปี 2559 จะมีอาวุธปืนและทรัพย์สินจำนวนมากถึงขณะนี้ ส่วนเจ้าของบ้านทั้งสองคนจะเข้าไปเกี่ยวข้อง กับคดีเงินทอนวัดหรือไม่นั้นเป็นเรื่องในสำนวนซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด ในสำนวนได้

ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าเจ้าของบริษัทที่รับเงินจำนวน 25 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ คือมารดาของเจ้าของบ้าน โดยมีการอำพรางให้แม่บ้านและลูกจ้างใกล้ชิด เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ว่า เป็นความจริงหรือไม่

หากพบว่ามีความผิด หรือเข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมาสอบสวนและดำเนินการทางคดีต่อไป แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีการเรียกเจ้าของบ้าน และมารดามาทำการสอบสวนในขณะนี้