ข่าวพัทยา ข่าวภูมิภาค คนอินเดียถูกทำร้าย มาเฟีย มาเฟียพัทยา

ผกก.โรงพักพัทยา ยันไม่มีมาเฟียชายหาด ปมชาวอินเดียแจ้งความถูกทำร้ายร่างกาย

Home / ข่าวทั่วไป / ผกก.โรงพักพัทยา ยันไม่มีมาเฟียชายหาด ปมชาวอินเดียแจ้งความถูกทำร้ายร่างกาย
ผกก.โรงพักพัทยา ยันไม่มีมาเฟียชายหาด ปมชาวอินเดียแจ้งความถูกทำร้ายร่างกาย

จากกรณีที่ น.ส.รินลดา กล้าหาญ อายุ 29 ปี พา Mr.Baldeep Singh Gulati อายุ 41 ปี แฟนหนุ่มนักธุรกิจชาวอินเดีย เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าถูกชายฉกรรจ์ชาวไทยไล่ไม่ให้นั่งที่ชายหาดพัทยา ซ้ำยังถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณชายหาดพัทยา ห่างจาก สภ.เมืองพัทยา เพียง 100 เมตร เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 22 ต่อ 23 พ.ค.ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้(23 พ.ค. 61) เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ประกอบด้วย น.ส.รินลดา กล้าหาญ อายุ 29 ปี Mr.Baldeep Singh Gulati อายุ 41 ปี แฟนหนุ่มชาวอินเดีย พร้อมด้วยเพื่อนสาวชาวไทยและเพื่อนหนุ่มชาวอินเดีย ที่อยู่ในเหตุการณ์ และอีกฝ่ายคือ Mr.Gurwiwder Singh อายุ 32 ปี สัญชาติอินเดีย เข้าให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง

ภายหลัง พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น จากการสอบสวนพบว่า เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทระหว่างชาวอินเดียวด้วยกัน ไม่เกี่ยวข้องกับมาเฟียใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งประเด็นที่ทำให้มีเรื่องมีราวเป็นเพียงการตกลงกันไม่ได้ของเงินจำนวน 3 พันบาท จึงได้มีการทำร้ายกัน

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 ฝ่าย ในข้อหาร่วมกันทะเลาะอื้ออึงในที่สาธารณะ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน และผลวินิจฉัยบาดแผลที่ส่งให้แพทย์เป็นผู้วิเคราะห์ เพื่อเตรียมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายอีกหนึ่งกระทง ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบเวิร์กฟรอมมิท ชาวอินเดียทั้ง 2 คน ซึ่ง 1 รายได้มีการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เหลืออีก 1 รายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เนื่องจากชาวอินเดียทั้ง 2 คนนี้เข้ามาพำนักอยู่ในเมืองพัทยา เนื่องจากมาทำงาน จึงต้องมีเอกสารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมกระทำผิดอีกส่วนที่ยังอยู่ในระหว่างการติดตามอีก ซึ่งยืนยันได้เลยว่าเจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินการตามตัวมาให้โดยเร็ว และดำเนินคดีพร้อมกันอย่างครบถ้วน ส่วนในประเด็นสุดท้าย ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยังได้ฝากให้ชาวพัทยาร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่ในเรื่องของการทะเลาะวิวาทกันไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติกับชาวไทย หรือระหว่างชาวต่างชาติกันเอง ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นผลเสียต่อภาพลักษณ์ของบ้านเมืองเรา เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และบางทีชาวต่างชาติเองก็ไม่ได้เข้าใจกฎหมาย เมื่อพบเห็นก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งเจ้าหน้ที่ตำรวจก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ