ขนส่ง ตู้คอนเทนเนอร์ทับฟอร์จูเนอร์ รถบรรทุกทับรถเก๋ง อุบัติเหตุ

ขนส่ง สั่งเอาผิด คนขับ-ผู้ประกอบการ กรณีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทับฟอร์จูเนอร์

Home / ข่าวทั่วไป / ขนส่ง สั่งเอาผิด คนขับ-ผู้ประกอบการ กรณีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทับฟอร์จูเนอร์
ขนส่ง สั่งเอาผิดขั้นสูงสุดทั้งพนักงานขับรถ-ผู้ประกอบการ กรณีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์พลิกคว่ำทับฟอร์จูเนอร์ 

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร ของผู้ประกอบการขนส่ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอส.ทรานสปอร์ท ซึ่งมีการล็อกตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ขณะเกิดเหตุมีนายณรงค์ วงศ์เพ็ญ เป็นพนักงานขับรถ เมื่อมาถึงบริเวณถนนประชาพัฒนาช่วงโค้งวัดพลมานีย์ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ประสบเหตุเสียหลักพลิกคว่ำทับรถยนต์ส่วนบุคคล คันหมายเลขทะเบียน 3กถ-1695 กรุงเทพมหานคร

ส่งผลให้คนขับรถยนต์ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 นั้น ในเบื้องต้น กรมการขนส่งทางบก ได้พิจารณาลงโทษพนักงานขับรถ (นายณรงค์ วงศ์เพ็ญ) เปรียบเทียบปรับสูงสุด เป็นเงิน 5,000 บาท ฐานขับรถประมาท ตามมาตรา 111 ประกอบมาตรา 161 , กรณีไม่แสดงตัวตนขณะขับขี่ เปรียบเทียบปรับขั้นสูงสุด เป็นเงิน 5,000 บาท ตามมาตรา 102 (4) และมาตรา 127 พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที เป็นเวลา 30 วัน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพนักงานขับรถพบมีปริมาณแอลกอฮอล์ 49 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความผิดฐานมีสารอยู่ในร่างกายอันเกิดจากการเสพสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 102(3) มีโทษคำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวนฟ้องต่อศาลแล้ว

สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง (ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอส.ทรานสปอร์ท) ได้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มาตรา 36 ฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยขั้นสูงสุด เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 50,000 บาท

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการขนส่งต้องเข้มงวดตรวจสอบควบคุมดูแลด้านความปลอดภัย ไม่ให้หรือยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ หรือไม่มีความพร้อมในการขับรถปฏิบัติหน้าที่ ต้องตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องส่งข้อมูลประวัติผู้ขับรถให้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อการบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ

กรณีรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) ไว้กับตัวรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุกตกหล่นรั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งต้องติดตั้ง GPS Tracking เพื่อการติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของรถบรรทุกด้วยระบบ GPS ซึ่งจะสามารถติดตามการเดินรถและรายงานผลพฤติกรรมการขับรถ

การใช้ความเร็วของรถบรรทุกผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคแบบ Realtime ผ่าน application“DLT GPS”ทางโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้หากไม่ควบคุมพนักงานขับรถในสังกัด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีความผิดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่ง และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

 

ขอบคุณภาพจาก  จส.100