ข่าวMONO ชัยภูมิ ป่าแส วิสามัญฆาตกรรม

ศาลไม่วินิจฉัย คดีทหารยิง “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมชาวลาหู่ เกินกว่าเหตุหรือไม่

Home / ข่าวทั่วไป / ศาลไม่วินิจฉัย คดีทหารยิง “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมชาวลาหู่ เกินกว่าเหตุหรือไม่
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ไม่วินิจฉัย คดีทหารยิง ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ นักกิจกรรมชาวลาหู่ เกินกว่าเหตุหรือไม่ ด้านทีมทนายความเรียกร้องทหารเปิดภาพวงจรปิดจุดเกิดเหตุ

ความคืบหน้าคดีที่ทหารวิสามัญ นายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ ที่ด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ตายมียาบ้า 2,700 เม็ด และจะปาระเบิดใส่ จึงต้องวิสามัญนั้น

ล่าสุด ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง ในคดีชันสูตรพลิกศพของนายชัยภูมิ ป่าแส ที่มีพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ร้อง โดยมีกลุ่มญาติของนายชัยภูมิและทีมทนายความจากศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น เข้าร่วมรับฟังจนเต็มห้องพิจารณาคดี ทำให้ศาลต้องแจ้งให้เฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในห้องพิจารณาคดีเท่านั้น

นายรัษฏา มนูรัษฏา ทนายความในคดีนี้ เปิดเผยว่า ในการไต่สวนการตายหรือชันสูตรพลิกศพ ศาลมีคำสั่งชี้ข้อเท็จจริงว่า นายชัยภูมิเสียชีวิตเพราะถูก พลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง ถึงแก่ความตาย พร้อมระบุสถานที่การเสียชีวิตที่ด่านบ้านรินหลวง

ส่วนประเด็นโต้แย้งที่ฝ่ายอัยการผู้ร้องอ้างว่า พลทหารสุรศักดิ์ จำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว เพราะนายชัยภูมิจะใช้อาวุธมีดทำร้าย และจะใช้ระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าหน้าที่นั้น ศาลไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้

อย่างไรก็ตามคำสั่งศาลไม่ตัดสิทธิ์ครอบครัวผู้เสียชีวิต ในการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง โดยไม่จำเป็นต้องรอผลจากคดีอาญา ขณะที่ทีมทนายความจะยังคงพยายามให้ข้อเท็จจริงสู่ศาลมากที่สุด คือ การมีภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าสู่สำนวนคดีโดยเฉพาะภาพจากล้องวงจรปิดจากทหาร ที่ไม่ได้ถูกนำมาสู่การไต่สวนในชั้นศาล

ด้าน นายไมตรี จำเริญสุขสกุล ประธานกลุ่มรักษ์ลาหู่ ผู้ดูแลนายชัยภูมิ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ผ่านมานานกว่า 1 ปี แต่ยังไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ ขณะที่คำสั่งศาล ไม่ได้ระบุว่า นายชัยภูมิตายเพราะผลจากการปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ ทำให้ทางครอบครัวยังคงสับสน จึงต้องปรึกษากับทนายความอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป