ตลาดใหม่ดอนเมือง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์

สั่งฟ้อง ‘สันธนะ’ ปมบุกตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง 2 ข้อหา

Home / ข่าวทั่วไป / สั่งฟ้อง ‘สันธนะ’ ปมบุกตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง 2 ข้อหา
อัยการพิจารณาส่งฟ้อง ‘สันธนะ’ ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานและขัดขวางการปฎิบัติตามหน้าที่ กรณีมีการตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง

วันที่ 7 มิ.ย. 2561 อัยการคดีพิเศษศาลแขวงดอนเมืองพิจารณายื่นฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง กรณีเข้าขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ค้าสินค้าที่ปลอมแปลง อย. ภายในตลาดใหม่ดอนเมืองในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และขัดขวางเจ้าพนักงาน

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยว่า ในคดีดังกล่าวตามเอกสารที่ตนได้เผยแพร่ไป โดยตนได้ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพนักงานอัยการแขวง 9 (ดอนเมือง) ที่รับผิดชอบสำนวน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อประกอบการสั่งคดี กรณีที่ตนเองตกเป็นผู้ต้องหาในข้อกล่าวหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือ เพราะได้กระทำตามหน้าที่และขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฎิบัติตามหน้าที่

กรณีมีการตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมืองเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง เป็นผู้กล่าวหา โดยตนไม่ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการสูงสุด เนื่องจากคดีนี้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการของศาลยุติธรรมโดยเร็ว

ซึ่งตนได้กล่าวถึงกรณีที่ ไม่ได้รับความชัดเจนในกรณีพล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผู้บังคับการสวัสดิการที่ไม่มีหนังสือแสดงถึงอำนาจหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยตนขอตรวจดูเอกสารที่ให้อำนาจ คือหนังสือแต่งตั้งจากผู้บังคับบัญชา และคำสั่งศาล พร้อมขอให้แสดงตำแหน่งของหัวหน้า แต่ไม่ได้รับความชัดเจน

จึงถือว่า พล.ต.ต.นราเดช ไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้ามาตรวจค้นหรือปฏิบัติ โดยพ.ต.ท.สันธนะ ระบุว่าในกรณีที่ตลาดใหม่ดอนเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวอาจได้รับคำสั่งของใครมา โดยตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รายนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องของการศึกสวนสอบสวนในคดีอาญา

แต่คุณมาในลักษณะของการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา หรือมีความคุ้นเคย ใกล้ชิดสั่งการได้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการสั่งการให้เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในตลาดใหม่ดอนเมืองดังกล่าว ทำให้คดีมีความบิดเบือน

อย่างไรก็ตามพ.ต.ท.สันธนะระบุว่าตนไม่เคยได้รับเอกสารอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวตนเองเลยนับตั้งแต่มีการตรวจค้นและมีการยึดของกลาง ไม่ว่าจะเป็นสำเนาตรวจค้น หมายค้น หรือการแต่งตั้งคำสั่งของผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุชื่อรายนามของผู้ที่เข้ามาทำการสึกสวนสอบสวนในคดีนี้จำนวน 174 คนซึ่งตนได้ยินขอไปแล้วก่อนหน้านี้

พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.สันธนะ ระบุว่า ตนจะทำการหรือฟื้นคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 2 นาย ได้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ท และพล.ต.อ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญในปัจจุบันโดยมีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอยู่

นอกจากนี้พ.ต.ท.สันธนะยังได้กล่าวว่า ต้นเป็นคนให้โอกาสคนและมีการตักเตือนกลุ่มคนเหล่านี้ตลอด แม้ในปัจจุบันจะมีอนาคตที่ดี แต่กลุ่มคนเหล่านี้อาจหลงลืมในสิ่งที่เคยได้ทำลงไป โดยตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบให้ และจะมีการยื่นเรื่องราวเป็นคดีต่อไป

ขณะที่ นางพจนารถ เหลืองประเสริฐ อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลเเขวงดอนเมือง ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานอัยการศาลเเขวงดอนเมือง ระบุว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งมาสองข้อกล่าวหาได้แก่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 136 ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในการปฎิบัติหน้าที่ และมาตรา 138 คือขวางเจ้าพนักงานในการปฎิบัติหน้าที่

โดยมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยในสำนวนจากพนักงานสอบสวนค่อนข้างมีความละเอียด โดยมีพยานบุคคล เอกสาร และพยานวัตถุ จากว่ามีการถ่ายทำคลิปวิดีโอไว้อย่างครบถ้วน ครบองค์ประกอบของทั้ง 2 มาตรา โดยมีข้อสรุปว่าจะมีการสั่งฟ้องทั้ง 2 ข้อหา

ส่วนทางด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า สำนวนที่พนักงานสืบสวนทำมามีความถูกต้องครบถ้วน และทางอัยการก็มีคำสั่งฟ้อง และพ.ต.ท.สันธนะผู้ต้องหาได้มาพบพนักงานอัยการตามนัดหมายหลังจากแถลงข่าวเสร็จพนักงานอัยการจะทำการนำตัวพ.ต.ท.สันธนะยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมืองต่อไป