พาผู้เข้ารอบ 40 คนสุดท้าย ฝ่ากิจกรรมสุดมันส์ พร้อมเผยโฉม 6 คนที่ใจพอ ได้ไปต่อที่ Machu Picchu

Home / ข่าวทั่วไป / พาผู้เข้ารอบ 40 คนสุดท้าย ฝ่ากิจกรรมสุดมันส์ พร้อมเผยโฉม 6 คนที่ใจพอ ได้ไปต่อที่ Machu Picchu

และแล้วแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี Machu Picchu Ultimate Peru ก็เดินทางมาถึงรอบสุดท้าย เพื่อคัดเลือก 6 คนสุดท้ายที่ใจพอ ไปพิชิตดินแดนมหัศจรรย์ของโลก มาชู ปิกชู ประเทศเปรูโดยครั้งนี้ได้นำผู้เข้าเแข่งขันทั้ง 40 คนจากรอบที่แล้ว มาทำกิจกรรมที่ท้าทายและยากจะคาดเดา ณ สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย ถึง 2 วันด้วยกัน โดยจะแบ่งออกเป็นภารกิจกลางแจ้งสุดโหด มันส์ ฮา ในวันที่ 1 และการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวในวันที่ 2 ซึ่งกิจกรรมทั้ง 2 วันจะขับเคี่ยวและสนุกขนาดไหนต้องตามมาดูกัน

Day 1

ความตื่นเต้นเริ่มนับตั้งแต่ผู้เข้าแข่งขันก้าวเท้าสู่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เมื่อหยิบสัมภาระของแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมออกเดินทางสู่สิงห์ปาร์คทันที เมื่อทั้ง 40  คนถึงที่หมายกันแล้ว ก่อนอื่นใดต้องไม่ลืมที่จะไปถ่ายรูปรวมเปิดกิจกรรมกับ ‘พี่สิงห์’ แลนด์มาร์คตัวสำคัญของที่นี่ จากนั้นเข้าสู่หัวใจของกิจกรรมนี้กันได้เลย

 

ภาคเช้า

เริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก พี่บอยฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมกับ Big Surpirse คนที่เข้ารอบแบบเป็นคู่อย่างไม่ทันตั้งตัวว่า นับจากวินาทีนี้การคัดเลือกจะถูกวัดเป็นรายบุคคล ใครที่เข้ามาเป็นคู่และยืนยันจะไปต่อแบบคู่ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ผ่าน จะหมดสิทธิ์ทั้งสองคน

จากนั้นจึงได้เวลาเริ่มต้นกิจกรรมของวันนี้ โดยการแข่งในรอบเช้านี้จะเป็นการแข่งขันแบบ Amazing Race รายบุคคล มีกติกาคือ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้รับโจทย์เป็น RC เพื่อไขปริศนาในการผ่านไปด่านต่อไป แต่ง่ายๆ แบบนี้มันยังไม่ใจพอ เพราะก่อนจะได้รับโจทย์ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกตัวช่วยที่จะต้องพกติดตัวไปตลอดวัน ซึ่งประกอบไปด้วยของแปลกๆ หลายอย่าง ได้แก่ เสื้อชูชีพ ถังน้ำ ห่วงยาง จักรยานทรงตัวของเด็ก และห่วงยางเป็ดขนาดนั่งได้ 2 คน สร้างความงุนงงไปตามๆ กัน ว่าเป็นตัวช่วยหรือตัวถ่วงกันแน่ จากนั้นผู้เข้าแข่งขันทยอยไขปริศนาจนผ่านเข้าสู่เส้นทางหลักเพื่อเจอกับฐานสุดโหดต่างๆ

ฐานที่ 1 วิ่งข้ามเนิน ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้กำลังขาวิ่งฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกข้ามเนินสูง บนเส้นทางสลับฟันปลาที่คดไปคดมา ผ่านเนินแล้วเนินเล่า โดยต้องถือถังน้ำซึ่งบรรจุน้ำวิ่งไปด้วย ฐานนี้ใครเลือกตัวช่วยเป็นห่วงยางหรือห่วงยางเป็ดก็จบกัน

ฐานที่ 2 พลิกยาง ลองนึกภาพโคลนเลอะๆ เปียกๆ ไต่ภูเขายาง แล้วยังต้องมาพลิกยางหนักๆ ของรถแทรกเตอร์ไปตามทางลื่นๆ นั่นแหละคือบททดสอบของฐานนี้

ฐานที่ 3 วิ่ง 100 x ท่อ ใช้พลังแขนมาพอแล้วมาวัดพลังขากันต่อ ด้วยการวิ่งจับเวลา 100 เมตร บนทางขึ้นเนิน พอถึงเส้นชัยแล้วก็ลงไปวิ่งกันในทางน้ำต่อให้เย็นใจ

ใส่พลังกันไปเต็มที่แล้ว ได้เวลาพักเติมพลังงานที่ ร้านอาหารภูภิรมย์ เมื่ออิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อย ก็พร้อมมาฟังโจทย์ในรอบต่อไป โดยในภาคบ่ายจะให้ผู้เข้าแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 ทีมได้แก่สีแดง สีชมพู สีน้ำเงิน สีส้ม และสีเหลือง

ภาคบ่าย

ทุกกลุ่มจะได้รับโจทย์เพื่อช่วยกันไขปริศนา แต่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนในทีมจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปริศนาด้วยกัน โดยมุ่งหน้าผ่านเส้นทาง และฐานต่างๆ ที่รับรองว่าไม่สบายเหมือนในภาคเช้าแน่นอน

ฐานที่ 1 วิ่งเทรล แค่ทางเข้าฐานก็ท้อแล้ว เพราะต้องวิ่งขึ้นคันดินสูงเกือบ 5 เมตร และยังต้องลุยป่า ฝ่าน้ำอีกต่างหาก

ฐานที่ 2 พายเรือ แต่ละทีมจะต้องประชุมเพื่อแบ่งคนแบกและคนภายโดยคนที่แบกจะไม่มีสิทธิ์พายแบกเรือเดินไปที่ท่าเพื่อให้เพื่อนในทีมที่เลือกไว้พายเรือกลับมานี่คือการฝึกแบบนาวิกโยธินชัดๆ

ฐานที่ 3 ตะลุยคูน้ำ ทางดีๆ เราไม่มีให้เดิน ฐานนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องเดินลุยน้ำพร้อมเครื่องกีดขวางตลอดเส้นทาง ว่าแต่ทีมที่มีห่วงยางเป็ดจะผ่านไปยังไง?

 

ฐานที่ 4 Take a Duck ฐานนี้ทุกคนในทีมได้เปียกกันพร้อมหน้า เพราะต้องช่วยกันลงไปว่ายน้ำ เพื่อหยิบเป็ดได้เพียงคนละ 1 ตัวเท่านั้น

ฐานที่ 5 วงกต ทั้งทีมจะต้องผ่านทางวงกตที่ทีมงานสร้างขึ้น แต่ไม่ใช่ทางวงกตธรรมดาเพราะต้องคลานเข้าไปนี่ซิ ทั้งมืด ทั้งแคบ ใครนำหน้าช่วงบอกทางด้วย

จบกิจกรรมของภาคบ่ายด้วยสายฝนที่โปรยลงมาลบล้างความเหน็ดเหนื่อยให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคน จากนั้นก็ได้เวลาให้ผู้เข้าแข่งขันกลับไปผ่อนคลายที่โรงแรม เดอะ มันตรินี เชียงราย

ก่อนจะจบวันแรกด้วยงานปาร์ตี้สุดเหวี่ยง พร้อมการแสดงสุดเซอร์ไพร์สของผู้เข้าแข่งขัน

Day 2

เข้าสู่วันอันผ่อนคลายแต่ก็กดดันกันไปตามๆ กัน เพราะวันนี้คือการสัมภาษณ์รายบุคคล โดยผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดจะรวมกันอยู่ในห้องจัดเลี้ยง จากนั้นจะถูกเรียกทีละคนโดยทีมงาน เพื่อเข้าสู่ห้องสัมภาษณ์ เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็จะต้องเดินลงไปรอชั้นล่างไม่สามารกลับเข้าห้องรอได้อีก ระหว่างที่รอรอก็เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ เพราะผู้เข้าแข่งขันที่ลงมารอข้างล่างยังคงทำกิจรกรมสนุกร่วมกัน ทั้งสอนถ่ายรูป ทำของมามอบให้กัน เต็มไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ถึงแม้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 6 คนที่ได้ไปมาชู ปิกชู จะคิดเป็น 15% ของผู้เข้าแข่งขันในรอบนี้ แต่เหนืออื่นใดมิตรภาพ ความสนุก เสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เข้าแข่งขันตลอด 2 วันที่ผ่านมา สิ่งนี้ย่อมมีค่ามากกว่าจะหาได้จากที่ไหน เรียกว่ามาถึงรอบนี้ก็ใจพอและสุดยอดกันทุกคนแล้ว

โฉมหน้าสุดยอด 6 ผู้ชนะที่ใจพอจาก Campaign Machu Picchu Ultimate Peru

คู่ที่ 1 U-047 เนกิ นายเติมพงษ์ ศรีอาจ
กับ 
U-043 เบล ว่าที่ร้อยตรีหญิง กฤษกร รูปชัยภูมิ
คู่ที่ 2 U-117 เบส นายสุธี ดวงแก้ว
กับ UU-23A อุ๋ม นางสาวชญามาส วิชัยดิษฐ
คู่ที่ 3 U-068 อิง นางสาวเบญจรัตน์ คูหเพ็ญแสง
กับ U-113 วอลนัท นางสาวสายทิพย์ วิวัฒนปฐพี