ปลุกกระแส! หยุดผีพนัน บอลโลก 2018 เตือนสติอย่าเอาชีวิตมาจบที่พนัน

Home / ข่าวทั่วไป / ปลุกกระแส! หยุดผีพนัน บอลโลก 2018 เตือนสติอย่าเอาชีวิตมาจบที่พนัน
ปลุกกระแส! จัดกิจกรรมรณรงค์รับมือ บอลโลก 2018 เตือนสติเสียมากกว่าที่คิด อย่าเอาชีวิตมาจบที่พนัน

วันนี้ (14 มิ.ย.61) ที่ลานกิจกรรมเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมรณรงค์รับมือบอลโลก 2018 ภายใต้แนวคิด “ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใครๆ ก็ไม่พนัน” โดยมีการแต่งานแฟนซีเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนเชียร์บอลไม่พนัน

ด้านนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวว่า รายงานสถานการณ์พฤติกรรมและผลกระทบการพนันในไทย 2560 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า คนไทยเล่นพนันทายผลฟุตบอล 2.4 ล้านคน วงเงินพนันเป็น1.4 แสน ข้อมูลสำรวจเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น ระบุว่า ถ้าเยาวชนเริ่มเล่นพนันทายผลฟุตบอล สัดส่วนที่จะเล่นต่อเนื่องมีสูงถึงร้อยละ 82.6 สูงกว่าการเริ่มต้นจากการเล่นพนันประเภทอื่น

และการพนันบอลยิ่งรอบลึกจะยิ่งเล่นหนัก ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นด้วยเงินพนันที่สูงขึ้น ตัวอย่างของมหกรรมบอลยูโร 2016 จากงานวิจัย พบว่า เยาวชนเกือบร้อยละ10 ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เล่น แต่เมื่อบรรยากาศชักชวนให้เล่น พอจบการแข่งขัน กลับ พบว่า เยาวชนเกือบร้อยละ 40 มีปัญหาในการเล่นฟุตบอล เช่น เสียการเรียน เครียด ถูกโกง มีหนี้สิน

ซึ่ง 1 ใน 4 ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ ขณะเดียวกันจากการประเมินของ สสส. คาดว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะมีเด็กนักเรียนระดับมัธยมมากกว่าร้อยละ 10 ที่ตั้งใจจะเล่นพนันทายผล เช่น เล่นกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนรู้จักในชุมชน ซึ่งอาจเล่นแบบติดปลายนวมเพื่อความสนุกสนาน แต่อีกจำนวนไม่น้อยจะเล่นแบบหวังได้เงินอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยตั้งใจจะเล่นการพนันกับธุรกิจรับแทงพนัน หรือโต๊ะบอล

ในขณะเดียวกัน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า อยากให้คนที่คิดจะเล่นพนันฟุตบอล รู้ถึงความเป็นห่วงของคนใกล้ตัว เพราะคนเล่นพนันไม่คิดว่าตัวเองจะเสียหายเดือดร้อน หรือมองว่าถึงเล่นเสียก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ทำนองเล่นเองเจ็บเอง แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะส่วนใหญ่จะเสียดายเงินแล้วเล่นอีกเพื่อหวังเอาเงินที่เสียคืน จนเสียหนักขึ้น ส่งผลกระทบต่อตนเองและคนใกล้ตัว

ดังนั้นการเล่นพนันจึงเปรียบเหมือนการติดกับดัก คนเล่นส่วนใหญ่จะติดกับดักความโลภ เพราะคิดว่าหาเงินได้มากๆ และง่ายๆ จากการเล่นพนัน อีกส่วนหนึ่งจะติดกับดักความเท่ คิดว่าเล่นพนันบอลแล้วดูเท่ เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และติดกับดักความเจ๋ง เชื่อมั่นในข้อมูล คิดว่าเจ๋ง แทงพนันไม่พลาด

เมื่อขึ้นชื่อว่ากับดักแล้ว จึงยากที่จะถอนตัว หรือคิดถอนตัวก็ต่อเมื่อเสียจนแทบจะไม่เหลืออะไร และขณะนี้บรรดาเจ้ามือทั้งหลายคงล้างเขียง ลับมีด จุดเตา ต้มน้ำ รอเชือดเหยื่อพนันที่จะเข้ามาติดกับดักอย่างปรีดิ์เปรม

ทั้งนี้นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี อดีตเหยื่อพนันบอล ได้เปิดเผยว่า เริ่มเล่นพนันบอลตั้งแต่อายุ 15 ปี จากหลักร้อยเพิ่มเป็นหลักพัน เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาต้องมานั่งเสพสื่อกีฬา เปิดหนังสือพิมพ์อ่านโพยบอล เช็คราคาบอล แทบ 24 ชั่วโมง ใช้ชีวิตอยู่กับการแทงบอล มีอยู่ครั้งหนึ่งติดหนี้บอลสูงสุด 6,000 บาท และต้องเดินโพยเพื่อหาเงินใช้หนี้

พอรู้ช่องทางก็เอาเงินเดินโพยมาหมุนเล่นต่อ ทำอยู่แบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นคิดแค่ว่าเงินที่เสียไปต้องเอาคืน หนี้หมดแทงต่อ จนถลำลึกกว่า 9 ปี สูญเงินไปหลักแสนบาท ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกเล่นพนันบอลได้ก็เพราะครอบครัว ซึ่งมันเริ่มสะสมปัญหาเรื้อรังมาตลอด ยิ่งเล่นยิ่งทำลายครอบครัว มีปัญหากับลูกเมีย

สุดท้ายจึงเลิกพนันได้อย่างเด็ดขาดและไม่คิดกลับไปยุ่งเกี่ยวอีก อยากฝากบอกคนที่กำลังคิดจะเล่นพนันบอลอยู่ว่าดูได้เชียร์ได้ แต่อย่าไปเดิมพัน มันไม่มีอะไรดี มีแต่เสียกับเสีย อย่าเอาอนาคตมาจบที่พนัน

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว MThai ได้พูดคุยกับสองนักศึกษา ชื่อ นางสุประวีณ์ รัตนพันธ์สันทรา และ นายณัฐชนนท์ หาญจริง จากมหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2 โดย นายณัฐชนนท์ ได้กล่าวว่า ตนเองมีเพื่อนติดพนันฟุตบอล ที่ยุคนี้มีการเล่นพนันหลากหลายรูปแบบเพราะมีระบบออนไลน์ที่ง่ายต่อการเล่น จนทำให้เพื่อนตนเองติดหนี้การพนัน เหตุเพราะเวลาเล่นได้เเล้วอยากได้อีกเวลาเสียก็อยากได้คืน

ขณะเดียวกัน นางสุประวีณ์ ได้ฝากถึงผู้ที่เชียร์ฟุตบอลโลกว่าเชียร์แค่พอสนุกไม่ต้องไปเล่นการพนัน เพราะไม่มีประโยชน์อะไรจะทำให้เสียเงินไปโดยใช่เหตุ