ชัยภูมิ ป่าแส

ทนาย ร้อง ผบ.ทบ.เปิดกล้องดูจุดเกิดเหตุยิง ‘ชัยภูมิ ป่าแส’

Home / ข่าวทั่วไป / ทนาย ร้อง ผบ.ทบ.เปิดกล้องดูจุดเกิดเหตุยิง ‘ชัยภูมิ ป่าแส’
 ทนายความครอบครัว ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ยื่นหนังสือร้องผู้บัญชาการทหารบกขอเปิดภาพกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุให้ครอบครัวและทนายความตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร เชื่อมั่นมีภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุที่สามารถใช้งานได้

นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจาก นางนา ปอย ป่าแส มารดาของ นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวล่าหู่ ที่เสียชีวิจจากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ต่อ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ชั่น 1 อาคารสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก โดยมี พล.ต.ปัณณทัต กาญจนะวสิต เลขานุการกองทัพบก เป็นผู้รับหนังสือ

นายรัษฎากล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เพื่อขอให้ ผู้บัญชาการทหารบกมีคำสั่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ บริเวณด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ให้กับครอบครัว 1 ชุด และทีมทนายความ 1 ชุด ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเกิดความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย

เพราะเจ้าหน้าที่ให้เห็นผลว่าจำเป็นต้องทำไปเพราะป้องกันตัว ซึ่งภาพดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ทำไปเพราะป้องกันตัวจริงหรือไม่ โดยทนายความเชื่อว่าในจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ และสามารถใช้การและบันทึกภาพไว้ได้

เนื่องจากในชั้นสอบสวน มีคำให้การของนายทหารระดับผู้บังคับกองร้อย ว่าได้ดูภาพดังกล่าวแล้ว และได้ทำสำเนาภาพไว้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือ ยังไม่ถูกนำไปยื่นต่อศาล มีเพียงส่งไปยังพนักงานสอบสวน แต่ก็ไม่สามารถเปิดไฟล์ภาพได้ และถึงแม้จะส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ทนายความ ระบุว่า หลังจากศาลไต่สวน ศาลระบุว่านายชัยภูมิ เสียชีวิตจากการถูกทหารยิงจริง แต่ไม่ได้ระบุว่า เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์ผู้เสียหายในการฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญา แต่เนื่องด้วยผู้ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และใช้อาวุธปืนยิงเป็นทหาร

ดังนั้นสิทธิ์ของผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีอาญาต่อศาลทหารนั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของกฎหมายที่จำกัดสิทธิ์ไว้ และผู้เสียหายก็จะเข้าไปเป็นโจทย์ร่วมกับพนักงานอัยการไม่ได้ จึงอยากฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องในด้านกฎหมายด้วย ว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องและจำกัดสิทธิ์ของประชาชนในการเข้าถึงขบวนการยุติธรรมก็ควรแก้ไข