ครูพี่เลี้ยงแจงไม่ได้ทำร้ายเด็ก ลั่นแค่มุมกล้อง หลังผู้ปกครองโพสต์ภาพกระชากแขนลูกรุนแรง

Home / ข่าวทั่วไป / ครูพี่เลี้ยงแจงไม่ได้ทำร้ายเด็ก ลั่นแค่มุมกล้อง หลังผู้ปกครองโพสต์ภาพกระชากแขนลูกรุนแรง
ครูพี่เลี้ยงเปิดใจ ไม่ได้ทำร้ายเด็ก หลังผู้ปกครองนำภาพไปโพสต์กระชากแขนลูกรุนแรง ชี้แค่มุมกล้อง

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพที่ผู้ปกครองรายหนึ่งนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาพครูพี่เลี้ยงหญิงดึงแขนเด็กผู้ชายคนหนึ่งให้ลุกขึ้นแล้วพามารวมกลุ่มทำกิจกรรมกับเด็กคนอื่นๆ โดยผู้ปกครองรายนี้ ระบุข้อความว่า เคยเห็นแต่ข่าวในทีวีครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กไม่คิดว่าจะเจอกับลูกของตัวเอง พร้อมเขียนข้อความด้วยอารมณ์โกรธที่เห็นลูกน้อยถูกครูพี่เลี้ยงทำด้วยวิธีรุนแรงจนเกรงว่าแขนของลูกจะได้รับบาดเจ็บ พร้อมบอกว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ขณะที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากในเชิงตำหนิการกระทำของครูพี่เลี้ยง และยังมีการแชร์คลิปภาพดังกล่าวจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในโซเชียลมีเดีย

ล่าสุด นางประภาภัทร บัวเขียว ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพัฒนชัย ในตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดเหตุ ชี้แจงว่า หลังมีข่าวเผยแพร่ออกไป ทางอำเภอหางดงและนิติกรเทศบาลตำบลสันผักหวาน ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในโรงเรียน เบื้องต้นพบว่า ไม่มีการใช้ความรุนแรงกับเด็กเหมือนที่มีการนำภาพไปเผยแพร่ ทางโรงเรียนจึงได้เชิญผู้ปกครองของเด็กมาพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งผู้ปกครองรายนี้ก็ยอมรับอาจเป็นเพราะมุมกล้องของภาพจึงเกิดความเข้าใจผิด พร้อมกับขอโทษครูพี่เลี้ยงที่นำภาพไปโพสต์ในโซเชียลโดยไม่ได้มีการตรวจสอบกับทางโรงเรียนก่อน

ด้านนางสาวเครือวัลย์ ถาอินทร์ อายุ 40 ปี ครูพี่เลี้ยงนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล 1/1 ซึ่งเป็นครูพี่เลี้ยงที่อยู่ในคลิปภาพดังกล่าว เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่ผู้ปกครองนำภาพนิ่งไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย จนถูกผู้คนในสังคมออนไลน์ว่ากล่าวอย่างรุนแรง ตนเองเป็นครูพี่เลี้ยงเด็กมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยทำรุนแรงกับเด็กมาก่อน หากไม่ใช่คนรักเด็กคงไม่มาเป็นครูพี่เลี้ยง

โดยวันเกิดเหตุเด็กนักเรียนชายรายนี้มาโรงเรียนวันแรก จึงไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆในห้อง จึงเดินวนอยู่รอบห้องก่อนจะวิ่งไปนั่งข้างห้อง ตนในฐานะเป็นครูต้องการให้เด็กมีส่วนร่วมและคุ้นเคยกับเพื่อนๆ จึงได้เข้าไปดึงแขนเด็กพามาเข้าร่วมกลุ่ม ไม่ได้มีการฉุดกระชาก แต่มุมภาพเหมือนเด็กไม่ยอมและโน้มตัวลงจึงเป็นภาพอย่างที่เห็นไม่ได้มีการทำร้ายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีนี้ขึ้นอีก นางประภาภัทร ได้เรียกประชุมครูพี่เลี้ยงเพื่อทำความเข้าใจ และหาแนวทางการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอน และการเลี้ยงดูเด็กหากเด็กแสดงอาการต่อต้านหรือขัดขืน ขณะเดียวกันในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ ทางโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองของเด็กทั้งหมด 345 คนมาร่วมประชุม เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสร้างความมั่นใจกับผู้ปกครองว่า โรงเรียนและครูพี่เลี้ยงทุกคนจะดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดี