ย้อนรอย 2 คดี ‘ฆ่าหั่นศพ’ สุดสะเทือนขวัญ

Home / ข่าวทั่วไป, สกู๊ปข่าว / ย้อนรอย 2 คดี ‘ฆ่าหั่นศพ’ สุดสะเทือนขวัญ
หลังเกิดคดีฆ่าหั่นศพ 14 ชิ้น ล่าสุดนี้ ในรอบเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ยังเคยเกิดคดีสะเทือนขวัญลักษณะเดียวกันมาแล้ว แต่จะมีคดีอะไรบ้าง ไปติดตามได้จากรายงานพิเศษ

หากพูดถึงคดี “ฆ่าหั่นศพ” ที่สร้างความตกตะลึงและได้รับเสียงสาปแช่งจากสังคมอย่างมาก หลายคนอาจนึกถึงคดีในปี 2541 ของนายเสริม สาครราษฎร์ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 ในขณะนั้น และคดีปี 2544 ของนายแพทย์วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินารีแพทย์ ซึ่งทั้ง 2 คดี ได้รับความสนใจ ไม่ต่างจากคดีของ นายธนกฤต ประกอบ ฆ่าหั่นศพอดีตแฟนสาว 14 ชิ้น ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้

สำหรับคดีของนายเสริม มีมูลเหตุจากปัญหาหึงหวงระหว่างเจ้าตัวกับ น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาวนักศึกษาแพทย์ ปี 5 มหาวิทยาลัยเดียวกัน จนกระทั่ง 26 มกราคม 2541 / นายเสริม ได้นัดเคลียร์ปัญหาใจกับแฟนสาว แต่เกิดมีปากเสียงกัน ทำให้นายเสริม ใช้ปืนยิง น.ส.เจนจิรา เสียชีวิต ก่อนนำร่างไร้วิญญาณไปชำแหละในโรงแรมม่านรูด ซอยรางน้ำ แล้วทิ้งชิ้นเนื้อลงชักโครก และบ่อเกรอะ พร้อมหอบกระดูกทิ้งแม่น้ำบางปะกง

คดีนี้ ศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การของจำเลย ถือเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต / ส่วนศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ได้พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิต / ระหว่างจองจำ เจ้าตัวถูกจัดเป็นนักโทษชั้นดี จึงทำให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ถึง 5 ครั้ง ก่อนถูกปล่อยตัวในเดือนธันวาคม 2555 รวมระยะเวลาถูกจองจำ 13 ปี 9 เดือน

ขณะที่คดีของนายแพทย์วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินารีแพทย์ เกิดขึ้นช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2544 / โดยมีที่มาจากเจ้าตัวถูกแพทย์หญิงผัสพร บุญเกษมสันติ ภรรยา จับได้ว่ามีสัมพันธ์ลับกับคนไข้สาวรายหนึ่ง และถูกขู่แฉแพทยสภา / นายแพทย์วิสุทธิ์ จึงวางแผนสังหารภรรยา ด้วยการใส่ยานอนหลับในอาหารและเครื่องดื่ม แล้วนำตัวมาขัง ก่อนลงมือสังหาร และแล่ชิ้นเนื้อพร้อมอวัยวะ นำไปซ่อนตามที่ต่างๆ พร้อมปลอมหนังสือลางานและจดหมายของภรรยา เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง หลงเชื่อว่า ภรรยาไปปฏิบัติธรรม

ต่อมา นายแพทย์วิสุทธิ์ ถูกดำเนินคดี ซึ่งศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว เช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ และและศาลฎีกา ที่พิพากษายืนเช่นกัน / อย่างไรก็ตาม ระหว่างจองจำ เจ้าตัว ใช้สิทธิยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ก่อนได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอภัยโทษ เหลือจำคุกตลอดชีวิต อีกทั้งยังได้รับพระราชทานอภัยโทษหลายครั้ง กระทั่งได้รับการพิจารณาพักโทษ และถูกปล่อยตัวเมื่อ 4 สิงหาคม 2557 / รวมระยะเวลาที่ถูกจองจำ 10 ปี 9 เดือน

ทั้ง 2 คดีนี้ มีที่มาคล้ายกัน คือปมปัญหาหัวใจ และความสัมพันธ์ที่แตกร้าว จนนำมาสู่การตัดสินใจจบปัญหาด้วยความรุนแรง และการสังเวยชีวิตอย่างน่าสยดสยอง