ผบ.ซีล เล่านาทีเจ้าหน้าปฏิบัติการแข่งกับเวลา สภาพอากาศในถ้ำหลวง

Home / ข่าวทั่วไป / ผบ.ซีล เล่านาทีเจ้าหน้าปฏิบัติการแข่งกับเวลา สภาพอากาศในถ้ำหลวง

ผบ.หน่วยซีล เล่านาทีเจ้าหน้าปฏิบัติการแข่งกับเวลา สภาพอากาศใน ‘ถ้ำหลวง’ เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) กล่าวว่า กองทัพเรือยึดมั่นในสโลแกนที่ว่า “กองทัพเรือจะไม่ทิ้งประชาชน” เมื่อทางจังหวัดเชียงรายขอให้ส่งกำลังพลหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล จากกองทัพเรือ มาร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน กองทัพเรือก็ได้จัดกำลังพล นสร. มาร่วมปฏิบัติการในทันทีตั้งแต่วันแรก

ซึ่งภายในของถ้ำหลวงมีลักษณะที่มืดมาก กับทั้งมีน้ำอยู่ในถ้ำมาก ทำให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องขอกำลังพลมาเพิ่ม โดยกำลังพลทุกคนไม่ละความพยายามที่จะเข้าไปช่วยน้อง ๆ ซึ่งหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนได้นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำออกจากถ้ำ ทำให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงแต่ก็ไม่มาก เพียงวันละ 1- 2 ซ.ม.เท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วก็สามารถดำน้ำไปถึงโถง 3 ตั้งกองบัญชาการได้ และตัดสินใจที่จะสู้กับน้ำเพื่อช่วยน้อง ๆ ออกมาให้ได้

โดยในการปฏิบัติการได้รับพระราชทานขวดอากาศ และได้รับบริจาคขวดอากาศกับอุปกรณ์ดำน้ำพอสมควร ทำให้เราคิดว่าเราสู้ได้ รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือจากนักดำน้ำนานาชาติที่มาช่วยในปฏิบัติการครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน อังกฤษ เยอรมัน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และกลุ่มที่สำคัญมากคือผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ ซึ่งนักดำน้ำและหน่วยซีลได้ร่วมกันปฏิบัติการจนเจอน้อง ๆ ทั้ง 13 คน

ทั้งนี้ หน่วยซีลได้ส่งกำลังพล 4 นาย หนึ่งในนั้นคือ พันโท นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน จากกองทัพบก เข้าไปอยู่กับน้อง ๆ แล้วเร่งวางแผนนำน้อง ๆ ออกจากถ้ำ เนื่องจากปริมาณออกซิเจนในถ้ำที่ลดลงเหลือ 15% ทำให้มีอากาศหายใจได้น้อยลง ประกอบกับฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องทำให้มีน้ำเต็มถ้ำ และการเจาะถ้ำที่มีข้อจำกัดเรื่องปัจจัยเวลา

ทีมดำน้ำจึงได้มีหารือวางแผนในการนำน้อง ๆ ออกจากถ้ำ โดยได้ความร่วมมือจากนักดำน้ำระดับโลก จนสุดท้ายได้แผนการนำน้อง ๆ ออกมาและรับการอนุมัติจาก ผบ.ศอร. และหน่วยเหนือให้ปฏิบัติการได้ จนสามารถนำน้อง ๆ ออกมาได้ทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้งหน่วยซีล 4 คนก็ออกมาด้วย

“ภารกิจตรงนี้ถือว่ายากมาก ยากจริง ๆ ยากที่เราไม่เคยเจอ ตามที่ผู้ว่าฯ ได้กล่าวมาแล้ว ต้องเป็นบทเรียนและต้องมีการพัฒนาตัวบุคลากรของเราเพิ่ม เพื่อให้เราสามารถรับกับภัยพิบัติได้ในหลายรูปแบบ เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ภาคใต้ จ.ภูเก็ต เรือล่ม ต้องส่งทหารเรือเข้าไปกู้ภัย เราจะเจอกับภัยพิบัติอย่างนี้เรื่อย ๆ ดังนั้นกองทัพเรือก็ต้องเตรียมคนให้พร้อม เพราะกองทัพเรือจะไม่ทิ้งประชาชน” ผบ.นสร.กล่าว

 

ที่มา  thaigov.go.th