‘ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง’ เผยการทำงานค้นหาปล่องถ้ำยากลำบาก

Home / ข่าวทั่วไป / ‘ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง’ เผยการทำงานค้นหาปล่องถ้ำยากลำบาก

ทีมเก็บรังนกอีแอ่นเกาะลิบง เดินทางไปช่วยปีนปล่องค้นหาน้องๆทีมหมูป่า เผยความยากลำบากในการทำงาน แต่ทุกคนภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือหมูป่าออกจากถ้ำ

วันที่ 12 ก.ค. 61 จากกรณีที่ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง จำนวน 8 คนและขึ้นไปร่วมค้นหาอีก 4 คน รวม 12 คน ได้เดินทางไปช่วยค้นหาน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

โดยใช้ความสามารถความชำนาญจากการเป็นมืออาชีพในการปีนถ้ำมืด ถ้ำลึก เพื่อเก็บรังนกอีแอ่นไปช่วยในการค้นหาและปีนปล่องลึก เพื่อร่วมหาทางค้นหา และช่วยเหลือนำน้องๆออกมาจากถ้ำ จนได้รับคำยกย่องชมเชยเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับทีมจิตอาสากลุ่มอื่นๆอีกจำนวนมาก และล่าสุดทั้งหมดได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดตรังแล้ว ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่นของคนในครอบครัวและชาวตรัง

ด้านนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นคนประสานกับหน่วยอุทยานฯในพื้นที่ถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน และนำทีมเก็บรังนกเกาะลิบงเดินทางไปช่วยเหลือในภารกิจดังกล่าว กล่าวว่า การทำงานวันแรกมีความยากหน่อย เนื่องจากว่าการทำงานจะมีหน่วยทหารและกองบัญชาการขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง (ขณะนั้น) การจะเข้าไปช่วยเหลืออันใดจะต้องผ่านการวางแผนและบริหารจัดการของกองบัญชาการ

ซึ่งพวกเราทีมเก็บรังนกเกาะลิบงที่ไปเป็นราษฎรจิตอาสา ซึ่งการที่เป็นอาสาสมัครเข้าไป หากไม่มีไลน์หรือทางไปก็ไม่สามารถจะเข้าไปทำงานในพื้นที่ได้ ตนเองเข้าไปทางไลน์ของกรมอุทยานฯซึ่งสังกัดเดียวกัน เพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรับผิดชอบของกรมอุทยานฯอยู่แล้ว

แฟ้มภาพ

ทั้งนี้ชาวบ้านที่เขาติดตามข่าวการค้นหาน้องๆทางจอทีวี ก็เห็นว่าพวกเขามีความชำนาญในการปีนรังนก ซึ่งต้องปีนถ้ำมืด ถ้ำลึก ก็อยากจะไปช่วย ตนเองก็มีความตั้งใจอยากจะไปช่วยอยู่แล้ว จึงได้ชักชวนกันไป ตนเองจึงทำหนังสือนำส่งตัวและรับรองความสามารถของทีมเก็บรังนกเกาะลิบง และยืนยันเป็นราษฎรจิตอาสา ไม่ต้องการค่าตอบแทนใดๆ

จากนั้นเราก็ได้แผนงานการทำงานมาเลยว่า ทีมเก็บรังนกจะต้องรับผิดชอบอะไร พื้นที่พิกัดไหนในการที่จะลงปากถ้ำ เพื่อจะทำการสำรวจปล่องจากข้างบนลงไปพื้นที่ด้านล่างว่ามีปล่องถ้ำไหนบ้างที่จะทะลุงกับถ้ำหลวงได้ ซึ่งการทำงานค่อนข้างลำบากมาก ก็เนื่องจากว่าภูเขาที่นั่น (อ.แม่สาย) เป็นภูเขาที่ไม่เหมือนกับทางภาคใต้ โดยโครงสร้างทางธรณีของถ้ำจะเป็นผนังถ้ำที่หนา และก็ยาวเป็นสิบๆกิโลเมตร พอเราโรยตัวลงปล่องไปที่ความลึกต่างๆ รวมทั้งลึกลงไปประมาณ 300 – 400 เมตร หรือสูงสุด 500 เมตร ก็จะไปเจอปล่องตันทุกครั้ง

จนทางทีมต้องมีการปรับแผน เมื่อได้พิกัดมาใหม่ ก็ติดต่อให้ชาวบ้าน รวมทั้งนายพรานในพื้นที่ให้ช่วยนำทาง ไปหาปล่องถ้ำที่ระดับประมาณ 400 เมตร ก็พบปล่องจึงโรยตัวลงไปที่ระดับความลึกต่างๆอีกเช่นเดิม ก็เจอเป็นปล่องตันอีก โดยรวมในการขึ้นไปสำรวจหาปล่องและปีนป่ายโรยตัวลงไปในปล่องแล้วปล่องเล่ารวมกันกว่า 10 วัน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ปล่อง ซึ่งยากลำบากมาก แต่ทุกคนก็ไม่ท้อ

แฟ้มภาพ

เพราะทุกคนคิดอยู่อย่างเดียวว่า พวกเราเป็นคนทางใต้ก็จริง แต่เราคนไทยเรารักกัน พี่น้องลูกหลานหมูป่าเชียงรายเขาเดือดร้อนหายตัวไป ทีมเราคนเกาะลิบงมีความสามารถในการลงถ้ำ เราก็อยากจะใช้ประสบการณ์ความสามารถว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เราจะไปช่วยน้องๆหมูป่าให้ออกจากถ้ำ พี่น้องทีมเก็บรังนกเกาะลิบงทุกคน จึงมีความภูมิใจมากถึงแม้จะเหนื่อยทุกวัน แต่เขาก็ไม่ท้อ เพราะเขาคิดว่าเขาทำได้ เขาลงถ้ำได้ เขาจึงมีความตั้งใจลึกๆมาว่า เขาจะต้องช่วย
ทั้งนี้ แม้การทำงานจะเหนื่อยและยากมาก แต่ที่นั่นทุกคนได้รับขวัญกำลังใจดีมาก พอคนเชียงรายรู้ข่าวว่าทีมเก็บรังนกเกาะลิบงไปช่วย ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พักที่อยู่ทุกอย่าง ร่วมถ่ายรูป ร่วมให้กำลัง ทำให้ทุกคนสนุกกับการทำงาน

ซึ่งเราไปทางไหนพี่น้องทางเหนือชื่นชมพวกเรามาก มาให้กำลังใจเยอะมาก และยังเจอคนใต้ที่ไปอยู่ทางเหนือมาให้กำลังใจ จัดหาอาหารมาให้ ซึ่งแต่ละวันพี่น้องทางเหนือและพี่น้องคนใต้จะหาอาหารมาให้เยอะมาก ทั้งนี้ แต่ละวันเราจะต้องเดินทางขึ้นภูเขาวันละประมาณ 900 – 1,000 กว่าเมตร ถ้าคำนวณความยากลำบากในการทำงานปีนเขาทั้งไปและกลับ แต่วันละไม่ต่ำกว่า 3 ชม.แต่ละวันจะออกงานตั้งแต่เวลาประมาณ 08.30 – 09.00 น. โดยจะกลับลงมาค่ำทุกวัน