ข่าวภูมิภาค พัทยา แท็กซี่พัทยา แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์

คสช.เอาจริง!! แก้ปัญหารถโดยสารพัทยา เอาเปรียบนักท่องเที่ยว

Home / ข่าวทั่วไป / คสช.เอาจริง!! แก้ปัญหารถโดยสารพัทยา เอาเปรียบนักท่องเที่ยว

คสช.เข้มปัญหารถโดยสารสาธารณะ หลังนักท่องเที่ยวร้องข้ามประเทศโวยแท็กซี่พัทยาไม่ยอมกดมิเตอร์คิดเงินให้บริการเกรงถูกเอาเปรียบ

วันนี้ (19 ก.ค.) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พลตรี ภพอนันฒ์ เหลืองภาณุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดชลบุรี (คสช.) เรียกประชุมส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวแทนสำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง สมาคมภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยรักษาความสงบ มทบ.14 เมืองพัทยา และตัวแทนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะในเขตเมืองพัทยาจำนวน 3 ราย

ประกอบด้วย สหกรณ์แท็กซี่โลมาพัทยา จำกัด สหกรณ์แท็กซี่พัทยา จำกัด และสหกรณ์แท็กซี่ พัฒนาบ่อทอง ทั้งนี้เพื่อร่วมหารือมาตรการการจัดระเบียบการเดินรถสาธารณะในเขตเมืองท่องเที่ยว หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากว่าปัจจุบันรถโดยสารประเภทแท็กซี่ในเขตเมืองพัทยาซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก กลับไม่ยอมกดมิเตอร์คิดค่า บริการตามกฎหมาย กลับเป็นการให้บริการในลักษณะเช่าเหมาคัน ซึ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจในมาตรฐานและหวั่นการถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

พลตรีภพอนันฒ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยู่ในต่างประเทศผ่านมาทางสำนักงานตำรวจท่องเที่ยวว่าขณะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยาและใช้บริการรถโดยสารแท็กซี่สาธารณะ ปรากฏว่าการให้บริการของรถเหล่านี้ทุกครั้งผู้ให้บริการไม่เคยกดมิเตอร์คิดเงินตามที่กฎหมายกำหนดไว้แต่อย่างใด

แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการให้บริการในลักษณะแบบเช่าเหมาคัน ซึ่งทำให้มีราคาสูงแม้จะเป็นการเดินทางในระยะสั้นก็ตาม กรณีดังกล่าวจึงอยากให้มีมาตรการในการควบคุมเพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในประเทศและทั่วโลก เพราะอาจมีการเรียกรับผลประโยชน์เกินจริงจนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ได้ จึงมีได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อร่วมหารือและหาทางแก้ไข

จากการรับฟังข้อมูลทราบว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะแท็กซี่ในพื้นที่เมืองพัทยา จำนวน 3-4 ราย ซึ่งมีจำนวนรถรวมกันมากกว่า 500 คัน จึงทำให้เกิดการแข่งขันสูง กรณีนี้ยังไม่นับรวมรถต่างถิ่นที่เข้ามาให้บริการอีกจำนวนมาก ขณะที่ข้อมูลจากผู้ประกอบการเองระบุว่ากำหนดราคาค่าบริหารตามมิเตอร์ที่ภาครัฐกำหนดคือ 40 บาทต่อ 2 กม.แรกนั้น ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา จึงจำเป็นต้องอาศัยการให้บริการแบบตกลงราคาและเหมาคันเป็นหลัก อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและฝ่าฝืนทางกฎหมาย จึงจะมีการเรียกประชุมผู้ประกอบการรถทั้งหมดในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม ณ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อชี้แจงเหตุผลและการขอความร่วมมือในการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องและลดปัญหาที่เกิดขึ้น

พลตรี ภพอนันฒ์ กล่าวต่อไปว่าสำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นนั้นคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว รวมทั้งหน่วยงานที่ควบคุมกำกับดูแลด้านกฎหมาย อย่างตำรวจ ทหาร และเมืองพัทยา ในการกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สำหรับปัญหาเรื่องของอัตราค่าโดย สารที่เป็นปัญหานั้นขณะนี้จะประสานไปยัง คสช.เพื่อหาทางพิจารณาแก้ไข รวมทั้งได้มอบหมายให้ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี นำเรื่องเสนอไปยังส่วนกลางเพื่อขอพิจารณาปรับราคาให้เกิดความเหมาะสม และเป็นธรรมทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว

ซึ่งจะอยู่ในอัตราไม่เกิน 100 บาทต่อ 2 กม.แรก คล้ายกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย ใน จ.สุราษฎ์ธานี เพียงแต่มีข้อแม้ที่จะต้องปรับมาตรฐานของการให้บริการให้คล้ายกัน ทั้งด้านพนักงานขับ และรถโดยสารที่ต้องปรับให้เข้าข่ายในมาตรฐานการบริการในลักษณะ VIP ด้วย ซึ่งกรณีนี้จะมีการเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นอกจากปัญหาเรื่องของรถแท็กซี่แล้ว ปัจจุบันได้มอบหมายให้เมืองพัทยาเร่งดำเนินการในการพัฒนาปรับปรุงจุดจอดรถสาธารณะ ที่พักคอยผู้โดยสาร และการทาสีตีเส้นให้ชัดเจนตามถนนสานหลัก เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานตามที่เคยกำหนดไว้ว่าต้องวิ่งตามเส้นทางสัมปทานจำนวน 4 เส้นทางของรถโดยสารสาธารณะที่กำลังจะมีการกำหนดให้ระบุสีของเส้นทางพร้อมประกาศใช้ในเร็ววันนี้

รวมทั้งการจอดรับส่งผู้โดยสารที่ตรงตามป้ายเพื่อลดปัญหาการจราจร อีกทั้งจะมีการสนธิกำลังทั้ง ทหาร ตำรวจ เทศกิจ ในการออกกวดขันตรวจจับอย่างจริงจังกับผู้ประกอบการที่ตั้งโต๊ะให้บริการเช่าเหมาคันแบบผิดกฎหมายทั่วเขตเมืองพัทยาโดยจะมีการใช้อัตราโทษสูงสุด รวมไปถึงการจอดรถในที่สาธารณะด้วย โดยมาตร การทั้งหมดนี้หลังดำเนินการหากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็จะใช้อำนาจ คสช.ในการตรวจยึดรถและเสนอให้เพิกถอนใบอนุญาตต่อไป