รองผบ.ตร. บุกจับเจ้าของโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ราชบุรี

Home / ข่าวทั่วไป / รองผบ.ตร. บุกจับเจ้าของโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ราชบุรี

รองผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกจับกุมคนจีนเจ้าของโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ ใน จ.ราชบุรี หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิด

วันนี้ (20 ก.ค. 61) พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. นำทีมพร้อม นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมกรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจสอบบริษัทมิราเคิล เลเธอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 159 หมู่ 9 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงงานที่ลักลอบเปิดกิจการขยะอันตราย

โดยสืบทราบว่ามีการเปิดกิจการโรงงานนำเข้าและคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งโรงงานมีพื้นที่ขนาดใหญ่ กว่า 70 ไร่ และมีต้นไม้สูงและป่าบดบังทัศนียภาพ พบมีขยะพลาสติกมัดใส่ถุงบิ๊กแบ๊กวางกองอยู่หน้าทางเข้าและภายใน นอกจากนี้ยังพบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรมที่คัดแยกชิ้นส่วนต่างๆภายในโรงงาน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา เปิดเผยว่า ที่เข้ามาตรวจค้นครั้งนี้ก็เพราะว่า ทางเจ้าหน้าที่อุสาหกรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมฝ่ายปกครองได้เข้ามาตรวจเเล้ว ( เมื่อ 22 มิ.ย. 61) แต่สืบสาบมาว่าโนรงงานแห่งนี้ ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้นำชุมชนก็ได้แจ้งข้อมูลไปทางศูนย์กลาง ว่าโรงงานแห่งนี้หลังจากถูกจับกุมแล้วยังแอบเปิดทำงานอยู่

วันนี้ทางกระทรวงอุสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มาตรวจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรวจค้นแล้วพบขยะอิเล็กทรอนิคอยู่เติมพื้นที่ และเป็นขยะอันตราย ขณะเดียวกันตรวจพบแรงงานต่างด่าว ซึ่งเป็นชาวจีน 16 และแรงงานต่างด่าวสัญชาติอื่นอีกจำนวนหนึ่ง สันนิฐานว่าบางส่วนลักลอบปีนรั้วออกทางป่าด้านหลังของโรงงาน โดยสามารถจับกุมตัวผู้จัดการโรงงานคนจีนเอาไว้ได้ แต่เนื่องจากไม่มีใครสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เบื้องต้นจึงได้พยายามตรวจสอบว่าเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่

อย่างไรก็ตามได้ทำการคุมตัวคนงานเอาไว้เพื่อตรวจสอบว่าได้เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ และจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 4 ข้อหาด้วยกันคือ 1.นำเข้าหรือมีไว้ในความครอบซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ.2535 มาตร 23 วรรค1

ข้อหาที่ 2 ตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่3โดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่มีการติดตั้งเครื่องจักรหลอมพลาสติกหลายเครื่องภายในอาคาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 12 ข้อหาที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมโดยทำการปล่อยของเสียทิ้งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 8(5) ข้อหาที่ 4 ฝ่าฝืนประกอบกิจการระหว่างที่มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 55 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน2แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะทำการอายัดของกลางทั้งหมดไว้