CPALL บาริสต้า ปัญญาภิวัฒน์

ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ จากเด็กฝึกงานร้านกาแฟ สู่ตัวแทนแข่งขัน บาริสต้า ระดับโลก

Home / ข่าวทั่วไป / ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ จากเด็กฝึกงานร้านกาแฟ สู่ตัวแทนแข่งขัน บาริสต้า ระดับโลก

“ความฝันจะเป็นจริงไม่ได้ ถ้าเราไม่ลงมือทำ” ข้อคิดจาก เกรียงไกร โนนทะขันธ์ ใครจชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีดีกรีเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบาริสต้าบนเวที The Masetro Barista Challenge 2018  แต่เจ้าตัวบอกเลยว่างานนี้ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะต้อง ขยัน อดทน ฝึกฝน และที่สำคัญการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกาแฟที่มีรสชาติซับซ้อนนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก่อนจะไปถึงเส้นทางการเป็น บาริสต้า เรามาทำความรู้จัก บาริสต้า หนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มอันมีเสน่ห์กันเลยดีกว่า

เกรียงไกร โนนทะขันธ์ หรือ น้องเกรียง หนุ่มน้อยอายุ 20 ปี จากจังหวัดบึงกาฬ ที่เติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร หลังจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย จึงเลือกเข้าศึกษาต่อที่ สถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) และยังได้รับทุนการศึกษาจาก ซีพี ออลล์ อีกด้วย ปัจจุบันกำลังศึกษาในชั้นปีที่ 3 สาขาการจัดการธุรกิจอาหาร โดยหลักสูตรที่เรียนไปด้วยพร้อมฝึกงานไปด้วย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายกาแฟของน้องเกรียง

การเริ่มต้นของบาริสต้า

วิชาที่น้องเกรียงเลือกเรียน ทำให้มีโอกาสมาฝึกงานที่ร้านกาแฟ Bellinee’s Bake & Brew และได้รู้จักกับพี่โจ๊กรุ่นพี่ในร้าน พอได้เห็นวิธีการชงกาแฟของรุ่นพี่ก็รู้สึกว่า ดูมีเสน่ห์ เลยขอให้พี่โจ๊กช่วยสอนการชงกาแฟ การทำลวดลายต่างๆ  จึงเริ่มฝึกการชงกาแฟ จากคนที่ไม่เคยดื่มกาแฟ ต้องหัดดื่มเพราะจะได้เรียนรู้รสสัมผัสที่แท้จริงเป็นเวลาถึง 1 ปีครึ่ง จนมีพื้นฐานที่แน่นมากพอ หลังจากนั้นได้ทราบข่าวว่าจะมีการแข่งขันเกิดขึ้น เลยไปปรึกษาพี่โจ๊ก ซึ่งพี่โจ๊กพูดให้กำลังใจว่า “ถึงเวลาแล้วล่ะที่จะต้องลงแข่งเพื่อความฝันของตัวเอง” จึงตัดสินใจลงสมัครแข่งขันทันที

ในการเตรียมตัวแข่ง ต้องหาเวลาฝึกรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ เพราะการแข่งครั้งนี้ถือว่าใหญ่ระดับโลก ต้องหาวิธีการชงกาแฟให้ได้หลายรูปแบบ ค้นหาการชงที่ตัวเองถนัด มีสไตล์ การฝึกทุกครั้งมีการอัดคลิปเพื่อดูว่าจุดไหนที่ควรแก้ไข และเคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การนั่งสมาธิทุกวันก่อนนอน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาด การมีสติสมาธิจะช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้

สู้เพื่อสิ่งที่ตัวเองรัก 

 การแข่งขัน The Masetro Barista Challenge 2018 จะแบ่งเป็นออกเป็น 2 ประเภทคือ อินดี้ บาริสต้า เป็นการแข่งที่พรีเซ็นต์นำเสนอเอกลักษณ์ของกาแฟ ซึ่งในส่วนที่น้องเกรียงลงแข่งนั้นเป็น เอสเพรสโซ่ บาริสต้า คือการเสิร์ฟเอสเพรสโซ่ 4 แก้ว และ คาปูชิโน่ 4 แก้ว ให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการปรับความละเอียดของเครื่องชงกาแฟให้เสร็จภายใน 11 นาทีก่อนการแข่งขัน ซึ่งทุกคนจะไม่ทราบมาก่อนว่าเครื่องชงกาแฟที่จะเจอนั้นมีลักษณะอย่างไร เพราะฉะนั้นการเป็น บาริสต้า ไม่ว่าจะเจอเครื่องกาแฟลักษณะไหน ก็ต้องดึงคาแรกเตอร์กาแฟออกมาในแต่ละช็อตให้ชัดมากที่สุด

โดยภาพรวมของผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีความสามารถสูสีกันมาก เดาไม่ออกเลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ในการตัดสินคณะกรรมการจะไม่ทราบว่า กาแฟแก้วนี้ใครเป็นคนชง ซึ่งคณะกรรมการก็จะวัดจากรสชาติของกาแฟเปฌนหลัก ซึ่งก็มีบางคนที่ไม่ได้เสิร์ฟเลยสักแก้ว เพราะไม่สามารถปรับเครื่องได้ทันเวลา และคิดว่าจุดที่เอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้คงเป็นเรื่องการดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟออกมาได้มากที่สุด

บนเส้นทางที่ต้องเดินต่อ ในฐานะผู้ถ่ายทอดงานศิลปะผ่านกาแฟ

ถ้าไม่ได้ทำงานในสายกาแฟ น้องเกรียงก็คิดอยากจะเป็นนักดนตรี เพราะชอบตีกลอง อีกทางที่มองไว้คือ อาชีพเกษตรกรเพราะอยากสานต่องานที่บ้าน แต่ในที่สุดเสน่ห์ของกาแฟก็ทำให้น้องเกรียงหลงใหล ด้วยรสชาติที่ซับซ้อน น่าค้นหา อยากหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ ซึ่งน้องเกรียงได้ให้คำนิยามของ “บาริสต้า” เอาไว้ว่า “เหมือนอาร์ตติสท์คนหนึ่งที่แสดงศิลปะผ่านกาแฟ เช่น การตกแต่งร้าน การคิดเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของตัวเอง รสชาติ ซึ่งมีกระบวนการการทำงานที่ละเอียดกว่าคนชงกาแฟ”

เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ 

แน่นอนว่าทุกเส้นทางแห่งความสำเร็จนั้นย่อมมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง “ผมเชื่อว่าเกิดจากความช่วยเหลือ และสนับสนุนจาก อาจารย์นภเกตน์ สายสมบัติ รักษาการผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะการจัดการธุรกิจอาหาร สถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) และพี่โจ๊ก – จตุพล จันหนองว้า รุ่นพี่บัณฑิตจากพีไอเอ็ม ผมหวังว่ารางวัลนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้อง และเพื่อนทุกคน ให้กล้าลองทำในสิ่งใหม่ ผมเองก็เป็นนักศึกษาอายุเพียง 20 ปี ที่กล้าก้าวออกมาจากความกลัว เริ่มฝึกฝน และตั้งใจทำในสิ่งที่รักอย่างสม่ำเสมอ วันนี้ผมทำได้ และหวังว่าเพื่อนๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนอนาคตคิดว่าอยากถ่ายทอดความรู้ด้านกาแฟให้แก่คนรักกาแฟต่อไปครับ”