ข่าวMono29 ปริมาณน้ำในเขื่อน สถานการณ์น้ำ เขื่อนวชิราลงกรณ

‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ ปริมาณน้ำสูงสุดรอบ 34 ปี ทยอยระบายน้ำเพิ่ม

Home / ข่าวทั่วไป / ‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ ปริมาณน้ำสูงสุดรอบ 34 ปี ทยอยระบายน้ำเพิ่ม

ปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ทำสถิติสูงสุดในรอบ 34 ปี หลังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องทยอยระบายน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้น

นายธนสาร ฐานะวุฑฒ์ วิศวกรระดับ 11 เขื่อนวชิราลงกรณ ระบุว่า จากสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2561 จนถึงปัจจุบันยังไม่ลดลง และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากถึง 171 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน 3,325 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากที่สุดในรอบ 34 ปี

ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อน ณ วันที่ 28 กรกฎาคม อยู่ที่ 77% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำและช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า (28 ก.ค.ของทุกปี) พบว่าปีนี้สูงสุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกัน เหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 2,056 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 23 %

ด้านนายไววิทย์ แสงพาณิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ระบุว่า หลังพ้นช่วงวันหยุดยาว เขื่อนวชิราลงกรณเตรียมระบายน้ำเพิ่มเป็น 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 700-800 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะขณะนี้ระบายน้ำได้เพียงวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากแผนเดิม 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่ม จะไม่กระทบกับประชาชน และพื้นที่การเกษตร เพราะแม่น้ำแควน้อยยังรับน้ำได้ พร้อมยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง และมีระบบเทคโนโลยีติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนตลอดเวลา

ขณะที่นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รักษาการผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ขอให้นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 55 แห่ง เตรียมแผนรับมือน้ำท่วม แผนฉุกเฉิน และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน บ้านหว้า และสหรัตนนคร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ราบลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมมากที่สุด ที่ต้องตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของเขื่อนดินกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสูงเฉลี่ย 5.4 – 7.5 เมตร