กรมชลประทาน น้ำท่วม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม สถานการณ์น้ำ

‘กรมชลประทาน’ สรุปสถานการณ์อุทกภัย เฝ้าระวัง 3 จังหวัด

Home / ข่าวทั่วไป / ‘กรมชลประทาน’ สรุปสถานการณ์อุทกภัย เฝ้าระวัง 3 จังหวัด

กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์อุทกภัย พร้อมสั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัด ที่อาจส่งผลให้มีน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง

ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อํานาจเจริญ และ บึงกาฬ (อุทกภัยริมลําน้ําโขง 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ อุบลราชธานี และบึงกาฬ) เข้าสู่ภาวะปกติ 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองคาย สถานการณ์เฝ้าระวัง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

สถานการณ์อุทกภัย

1. จังหวัดยโสธร ปัจจุบันมีพื้นที่น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรลุ่มตํ่า 5 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ไทยเจริญ อ.ป่าติ้ว อ.กุดชุม และอ.คำเขื่อนแก้ว รวมพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 12,598 ไร่ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ จํานวน 2 เครื่อง

ลุ่มน้ําลําเซบาย (07.00 น.) สถานี M.32 อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.55 ม. แนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สถานี M.179A อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.12 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

ลุ่มนํ้าชี (07.00 น.) สถานี E.2A อ.เมือง จ.ยโสธร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.28 ม. แนวโน้มทรงตัว สถานี E.20A อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.05 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

2. จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่นำท่วมรวม 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เสลภูมิ 17,934 ไร่ และอ.โพนทอง 10,296 ไร่ รวม 28,230 ไร่ และได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจํานวน 3 เครื่อง ปัจจุบันลําน้ำยัง สถานี E.92 (06.00 น) อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.38 ม. แนวโน้มลดลง

3. จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากเขื่อนลําปาวได้มีการเพิ่มการระบายน้ำจํานวน 5 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ อ.ดอนจาน และ อ.ฆ้องไชย พื้นที่ประสบอุทกภัยรวมประมาณ 7,600 ไร่

4. จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่น้ำท่วมจํานวน รวม 6 อําเภอประกอบด้วย อ.นาตาล อ.เขื่องใน อ.เขมราฐ อ.โพธิ์ไทร อ.โขงเจียม และ อ.ศรีเมืองใหม่ รวมพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 6,526 ไร่ ปัจจุบันลุ่มน้ำชีสถานี E.98 (07.00 น.) อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.46 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

5. จังหวัดนครพนม มีพื้นที่นํ้าท่วมรวม 12 อําเภอ ได้แก่ อ.ท่าอุเทน อ.ธาตุพนม อ.บ้านแพง อ.เมือง อ.โพนสวรรค์ อ.ปลากปลา อ.เรณูนคร อ.นาแก อ.วังยาง อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า และ อ.นาทม (แบ่งเป็นริมโขง 4 อําเภอ ได้แก่ อ.บ้านแพง อ.เมือง อ.ธาตุพนม และอ.ท่าอุเทน) รวมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 176,855 ไร่ คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 7 วัน โดยโครงการชลประทานนครพนมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำห้วยแคน อ.ธาตุพนม และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่องที่ ปตร.ธรณิศนฤมิต (ลําน้ำก่ำ)

ภาพประกอบข่าว

6. จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่น้ำท่วมประสบอุทกภัยรวม 4 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.โคกศรีสุพรรณ อ.พรรณนิคม และอําเภอโพนนาแก้ว โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบแบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 9,600 ไร่ พื้นที่นอกเขตชลประทาน 180 ไร่ มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ําจํานวน 5 เครื่อง (หนองสนม 1 เครื่อง, โรงบําบัดน้ําเสีย 2 เครื่อง, ข้างห้างโลตัส 2 เครื่อง) และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ําจํานวน 2 เครื่อง (บริเวณ ปตร.บ้านหนองบึง)

ปัจจุบันมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งลําน้ำอูน ในเขตอําเภอพรรณนานิคม และเอ่อล้นตลิ่งลําน้ำก่ำ ในเขตอําเภอโคกศรีสุพรรณ แนวโน้มเพิ่มขึ้น ในส่วนของเขื่อนน้ำอูน (14.00 น.) ปริมาณน้ำ 528 ล้าน ลบ.ม.(101% ของความจุอ่าง) ได้ติดตั้งช่องทางพิเศษกาลักน้ำ 10 ชุด เพื่อช่วยเรื่องการระบายได้

7. จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ได้รับผลกระทบริมแม่น้ำโขงรวม 7 อําเภอ ได้แก่ อ.ดงหลวง อ.นิคมคําสร้อย อ.หนองสูง อ.คําชะอี อ.หว้านใหญ่ อ.เมือง และอ.ดอนตาล รวมพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 28,582 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

8. จังหวัดอํานาจเจริญ มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 5 อําเภอ พื้นที่รมิแม่นํ้าโขง 1 อําเภอ ได้แก่ อ.ชานุมาน พื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 160 ไร่ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน หากไม่มีฝนตก พื้นที่การเกษตรลุ่มต่ำ 4 อําเภอ ได้แก่ อ.ลืออํานาจ อ.เมือง อ.เสนางนิคม และ อ.หัวตะพาน พื้นที่ได้รับ ผลกระทบประมาณ 5,548 ไร่ ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3 วัน หากไม่มีฝนตก

9. จังหวัดบึงกาฬ จากการลงพื้นที่ บ้านเทพมีชัย ตําบลหนองเดิ่น อําเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ พบว่ามีน้ำท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน สูงประมาณ 0.50 เมตร ความยาว 1,800 เมตร บ้านโชคอํานวย ตําบลท่าดอกคํา อําเภอบึงโขงหลง น้ำท่วมพื้นที่ทํานาประมาณ 70 ไร่ และ ศูนย์เรียนรู้ของนายชาญชัย อ่อนสีดา กํานันตําบลท่าดอกคํา ไร่นาสวนผสม 19 ไร่ กระชังปลา 12 กระชัง บ่อปลาดุก 5 บ่อ หมู 20 ตัว และไก่ 100 ตัว บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ ระดับน้ําอยู่ที่ระดับขอบสระสูบน้ำ โดยปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับกระทบ 5 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บุ่งคล้า อ.ศรีวิไล อ.โซ่พิสัย และ อ.ปากคาด มีพื้นที่รวม 2,706 ไร่

สถานการณ์เฝ้าระวัง

1.จังหวัดกาญจนบุรี(07.00 น.) สถานี K.54 อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.76 ม. แนวโน้มลดลง สถานี K.58 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.17 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น (ใช้ตลิ่ง +6.30 ม.รสม.เพื่อเตือนภัย ผึ้งหวานรีสอร์ท) สถานี K.10 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.85 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น (ใช่ตลิ่ง +6.70 ม.รสม.เพื่อเตือนภัย สวนไทรโยครีสอร์ท)

2. จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบัน (7 ส.ค.61) เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 725 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 102% มีการระบายน้ำลงลําน้ำเดิม วันละ 13.50 ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทาน ได้ติดตั้งกาลักน้ำจํานวน 12 ชุด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ Hydro Flow 5 เครื่อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 4 เครื่อง บริเวณ Spillway (ถอนแล้ว) และท้ายเขื่อนเพชร 9 เครื่อง รวมกับการระบายโดยท่อระบายน้ํา แนวโน้มสถานการณ์น้ําในเขื่อนแก่งกระจาน

โดยคาดว่าวันที่ 12-13 ส.ค.61 จะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่ไหลรวมหน้าเขื่อนเพชรในเกณฑ์ 230-250 ลบ.ม./วินาที จะมีการหน่วงน้ำหน้าเขื่อนและตัดเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย–ฝั่งขวา รวม 55 ลบ.ม./วินาที และผันเข้าคลองระบาย D9 อัตรา 35 ลบ.ม./วินาที รวม 90 ลบ.ม./วินาที และระบายผ่านท้ายเขื่อนเพชรในอัตรา 140-160 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำนี้จะไหลผ่าน อําเภอท่ายาง อําเภอบ้านลาด โดยไม่มีผลกระทบ และเมื่อไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี จะทําให้มีน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชน สูงเฉลี่ยประมาณ 20-30 ซม.

การเตรียมการช่วยเหลือและเร่งระบาย

1. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่และชุมชน จํานวน 30 เครื่อง
2. ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า จํานวน 44 เครื่อง
3. เตรียมพร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรกล เช่น รถขุดตัก จํานวน 7 คัน ประจําในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำ

3. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขื่อนปราณบุรีปริมาณน้ำปัจจุบัน (7 ส.ค.61) 306 ล้าน ลบ.ม (78%) ปริมาณนํ้าไหลลงอ่าง 8.45 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 9.19 ล้าน ลบ.ม การบริหารจัดการน้ำวันนี้ (7 ส.ค.61) โครงการส่งน้ําฯ ปราณบุรีมีแผนระบายลงแมนปราณบุรีเพิ่มขึ้น จนถึง 100 ลบ.ม./วินาที คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีสูงขึ้นไม่เกิน 3.15 ม. ทั้งนี้จะค่อยๆเพิ่มอัตราการระบายโดยติดตามดูผลกระทบท้ายน้ำเป็นระยะ

ขอบคุณ กรมชลประทาน