ท่าอากาศยาน ยาบ้า ยาเสพติด

ป.ป.ส.สกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน จับกุมชาวแอฟริกันตะวันตก

Home / ข่าวทั่วไป / ป.ป.ส.สกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน จับกุมชาวแอฟริกันตะวันตก

ป.ป.ส. สกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน จับกุมชาวแอฟริกันตะวันตก

วันนี้ ( 8 ส.ค.61) ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกับ พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พันเอกณรงค์ฤทธิ์ สุบิน ผอ.กอง 2 ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย นายวิมล สุขช่วย นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ กรมศุลกากร และนายถาวร เนียมนำ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด แถลงข่าวผลการจับกุมภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) จับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติชาวแอฟริกันตะวันตก รวม 221 คดี ผู้ต้องหา 261 คน ของกลางโคเคน 417 กิโลกรัม ไอซ์ 198 กิโลกรัม ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. อาคาร 2 ชั้น 4 สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง)

โดย ป.ป.ส. ได้เริ่มดำเนินการโครงการความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติของอาเซียน ตั้งแต่ปี 2554 และในปี 2556 ได้จัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานในพื้นที่ท่าอากาศยาน ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมทั้งจัดตั้งชุดปฏิบัติการ AITF เพื่อสนธิกำลังสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ซึ่งเห็นผลได้ชัดว่าการดำเนินงานสืบสวนปราบปรามมีการบูรณการมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของการทำงานในพื้นที่ หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันเสริมประสิทธิภาพและมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นสำคัญ

สถิติการจับกุมภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (AITF) ตั้งแต่ปี 2555 – ปัจจุบัน สามารถจับกุมได้จำนวน 221 คดี ผู้ต้องหา 261 คน ของกลางโคเคน 417 กิโลกรัม ไอซ์ 198 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมีการประสานข้อมูลการข่าวกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในต่างประเทศ เพื่อจับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานอีกจำนวนมาก เห็นได้จากสถิติการจับกุมผู้ลำเลียงยาเสพติดสัญชาติไทยที่ท่าอากาศยานประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 -ปัจจุบัน คดีการจับกุม 23 คดี ผู้ต้องหา 26 คน ของกลางไอซ์ 27,671 กรัม และชุดปฏิบัติการ AITF ได้จับกุมที่ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 2 คดี ผู้ต้องหา 3 คน จำนวนของกลางไอซ์ น้ำหนัก 1,985 กรัม และสามารถขยายผลจับกุมผู้สั่งการเครือข่ายแอฟริกันตะวันตกได้อีก 3 คน

เส้นทางการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผ่านท่าอากาศยานเข้ามายังประเทศไทย ต้นทางมาจากทวีปอเมริกาใต้ อาทิเช่น โคลัมเบีย เปรู อาร์เจนตินา และบราซิล เป็นต้น โดยส่วนมากใช้เส้นทางผ่านประเทศในแถบตะวันออกกลาง จากนั้นเข้ามายังประเทศไทย และนับตั้งแต่มีการจัดตั้งโครงการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (AITF) ทำให้หน่วยงานสกัดกั้นยาเสพติดต่างๆ ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติงานสกัดกั้นได้จำนวนมาก และยังสามารถขยายผลการจับกุมไปยังผู้สั่งการ ทำให้ปัจจุบันพบว่านักค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนเส้นทางการลักลอบลำเลียงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นจึงลักลอบลำเลียงยาเสพติดกลับเข้ามายังประเทศไทยผ่านด่านตามแนวชายแดน

ทั้งนี้คดีสำคัญที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือ ได้แก่

1) วันที่ 3 สิงหาคม 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย, จนท.ตร. บก.ปส.4 บช.ปส., จนท.ตร.สภ.เกาะสมุย, จนท.ตร. กก.2 บก.ทท.3 บช.ทท จับกุมผู้ต้องหา 2 คน ได้แก่ Mr.Collins Elochukwu ORAKWUE สัญชาติไนจีเรียน ผู้สั่งการรายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 35/12 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และขยายผลจับกุม Mr.Chinedu Victor OKEKE สัญชาติไนจีเรียน บุคคลในเครือข่ายแอฟริกันตะวันตกที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพงัน พร้อมของกลางโคเคน น้ำหนักประมาณ 284 กรัม เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 68/42 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2) วันที่ 20 มกราคม 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ตามโครงการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (AITF) จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ น.ส.หนึ่งฤทัย เพียงโคกกรวด และน.ส.อรุณลักษณ์ นันทสูนย์ พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักรวม 612 กรัม เตรียมที่จะซุกซ่อนในร่างกายเพื่อลักลอบลำเลียงไปประเทศญี่ปุ่น เหตุเกิดที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า Mr.Collins Elochukwu ORAKWUE เป็นผู้สั่งการรายใหญ่ในเครือข่ายแอฟริกันตะวันตก ที่ว่าจ้างหญิงไทยให้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปประเทศญี่ปุ่น จึงรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งศาลอนุมัติหมายจับ

การจับกุมเครือข่ายแอฟริกันตะวันตกดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเมื่อปลายปี 2560 มีการจับกุมยาเสพติดที่ประเทศญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นการลักลอบลำเลียงมาจากประเทศไทย ซึ่งทางการการญี่ปุ่นได้มีการประสานความร่วมมือให้ทางการไทย ให้ช่วยสืบสวนเครือข่ายแอฟริกันตะวันตกที่เป็นผู้สั่งการให้หญิงไทยลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้มีการสืบสวนจับกุมหญิงไทยดังกล่าว และขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวแอฟริกันตะวันตกที่เป็นผู้สั่งการรายใหญ่ได้สำเร็จ