ข่าวสดวันนี้ จ๊อบไทย ปริญญาตรี สายงานเด่น อาชีพ เด็กจบใหม่

เปิด 5 สายงานเด่นที่รับเด็กจบใหม่ระดับ ป.ตรี

Home / ข่าวทั่วไป / เปิด 5 สายงานเด่นที่รับเด็กจบใหม่ระดับ ป.ตรี

เปิด 5 สายงานเด่นที่รับเด็กจบใหม่ระดับ ป.ตรี เผย ภาษาต่างประเทศเป็นทักษะสำคัญที่นายจ้างมองหา

จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) เว็บไซต์หางาน สมัครงานอันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลงานทั่วประเทศที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรี พบว่ามีจำนวนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000 อัตราต่อเดือน โดยมีประเภทงานที่เปิดรับสมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) งานขาย จำนวน 3,972 อัตรา ตามมาด้วย 2) งานบริการลูกค้า จำนวน 1,804 อัตรา 3) งานธุรการ/จัดซื้อ จำนวน 975 อัตรา 4) งานด้านเทคนิค จำนวน 951 อัตรา และ 5) งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ จำนวน 866 อัตรา

นอกจากนี้ข้อมูลยังเผยให้เห็นถึงความสำคัญของทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศที่มีต่อโลกการทำงาน โดยจะเห็นได้ว่าหากผู้สมัครมีทักษะด้านภาษาต่างประเทศก็จะทำให้ได้รับโอกาสในการทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายขึ้น รวมถึงได้รับการเสนอเงินเดือนที่สูงขึ้นตามทักษะที่มี แม้นักศึกษาจบใหม่จะไม่มีประสบการณ์ด้านการทำงานเลยก็ตาม

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) เปิดเผยว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าสำหรับนักศึกษาจบใหม่ การหางานถือเป็นเรื่องใหม่ที่ค่อนข้างมีความน่าตื่นเต้นและท้าทาย เพราะนอกจากจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสมัครงานแล้ว ยังต้องค้นหาว่าองค์กรใดบ้างที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงาน

ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ในฐานะผู้นำด้านเว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีผู้ลงทะเบียนฝากประวัติกว่า 1.4 ล้านคน และมีจำนวนงานจากบริษัทชั้นนำกว่า 90,000 อัตรา ซึ่งเปรียบเสมือนตัวกลางระหว่างคนหางานและองค์กร

จึงได้ทำการวิเคราะห์รวบรวมจากฐานข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 – เดือนกรกฎาคม 2561 พบว่ามีงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ในระดับปริญญาตรีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000 อัตราต่อเดือน โดยมีประเภทงานที่น่าสนใจเปิดรับมากที่สุด 5 อันดับแรก ดังนี้

1. งานขาย จำนวน 3,972 อัตรา คิดเป็น 26.47 เปอร์เซ็นต์ โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือ

-Sales/AE มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 40,000 บาท

-Telesales มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 30,000 บาท

2. งานบริการลูกค้า จำนวน 1,804 อัตรา คิดเป็น 12.03 เปอร์เซ็นต์ โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือ

-Call Center มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 20,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศ เช่น มีผลสอบ Toeic 600 ขึ้นไป หรือผลวัดระดับภาษาญี่ปุ่น หรือ ภาษาจีน เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 18,000 – 25,000 บาท

-พนักงานต้อนรับ มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 14,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น สามารถสื่อสารภาษาเกาหลีได้ (TOPIK 3 ขึ้นไป) เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 35,000 บาท

3. งานธุรการ/จัดซื้อ จำนวน 975 อัตรา คิดเป็น 6.50 เปอร์เซ็นต์ โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือ

-ธุรการทั่วไป มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 15,000 บาท

-ประสานงานขาย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 18,000 บาท

4. งานด้านเทคนิค จำนวน 951 อัตรา คิดเป็น 6.34 เปอร์เซ็นต์ โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือ

-ช่างเทคนิค มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 20,000 บาท แต่ถ้ามีทักษะเฉพาะทาง เช่น สามารถซ่อมแผงวงจรได้ หรือมีพื้นฐานการติดตั้งลิฟท์ เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 20,000 – 25,000 บาท

-ช่างไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 18,000 บาท

5. งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ จำนวน 866 อัตรา คิดเป็น 5.77 เปอร์เซ็นต์ โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือ

-ฝ่ายผลิต/โรงงาน มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 16,000 – 20,000 บาท

-ควบคุมคุณภาพ (QA/QC/QM) มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมจะได้เงินเดือนสูงขึ้นถึง 25,000 บาท

นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่ทั่วประเทศไทยที่มีงานเปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล คิดเป็น 79.55 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยภาคตะวันออก คิดเป็น 8.61 เปอร์เซ็นต์ โดยจังหวัดที่มีงานมากที่สุดได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ตามลำดับ

อันจะเห็นได้ว่าเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญของประเทศ และเป็นพื้นที่ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงมีความต้องการของแรงงานสูง ปิดท้ายด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็น 6.30 เปอร์เซ็นต์ โดยจังหวัดที่มีงานมากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรราชธานี ตามลำดับ

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลข้างต้นถือเป็นข้อมูลที่สะท้อนถึงสถานการณ์ตลาดแรงงานในปัจจุบันที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าทักษะด้านภาษาต่างประเทศล้วนมีความสำคัญต่อโลกการทำงานในเกือบทุกสายงานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากได้ภาษาต่างประเทศที่เป็นภาษาที่สาม เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ฯลฯ เพิ่มเติมนอกเหนือจากภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลแล้วจะทำให้ได้รับโอกาสการทำงานในด้านต่าง ๆ ที่มากขึ้น

รวมถึงได้รับการเสนอเงินเดือนที่สูงขึ้นตามความสามารถที่มีอีกด้วย นอกจากทักษะด้านภาษาต่างประเทศจะมีความสำคัญแล้ว ในโลกการทำงานจริงหากรู้จักเรียนรู้ พัฒนาทักษะและประสบการณ์ ตลอดจนมองการณ์ไกลถึงสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการประกอบกันไปด้วยอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่หรือผู้ที่กำลังก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยได้มีแนวทางและยังเพิ่มโอกาสในการได้งานทำมากยิ่งขึ้นด้วย นางสาวแสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย