ข่าวสดวันนี้ โรคมะเร็ง ใบกาบหนู

เตือนระวัง! ต้มใบอังกาบหนู กินรักษามะเร็ง เสี่ยงโรคเพิ่ม ไตพัง หลังไร้ผลวิจัยยืนยัน

Home / ข่าวทั่วไป / เตือนระวัง! ต้มใบอังกาบหนู กินรักษามะเร็ง เสี่ยงโรคเพิ่ม ไตพัง หลังไร้ผลวิจัยยืนยัน

สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย แทคทีมเพจ Drama-addict เตือนประชาชนระวังภัย เสี่ยงโรคเพิ่ม ไตพัง ต้มใบอังกาบหนู รักษามะเร็ง เหตุยังไม่มีข้อมูลยืนยันรักษาได้

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา นายแพทย์สมศักดิ์ นุกูลอุดมพานิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทาง ไปยังวัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อขอเก็บใบและต้นอ่อนของต้นอังกาบหนูกลับไป หลังเชื่อว่ามีสรรพคุณสามารถรักษาและบรรเทาโรคมะเร็งได้ ว่า ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เพราะในทางการแพทย์ยังไม่มีแหล่งข้อมูลไหนที่ยืนยันว่าสามารถช่วยหรือมีส่วนรักษามะเร็งได้จริง และขอให้คำนึงถึงปริมาณในการกินด้วย เพราะอาจมีผลกระทบต่อไตได้

ใบอังกาบ, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่เพจ Drama-addict ก็ได้มีข้อความแสดงความเห็นในลักษณะห่วงใยคล้ายกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย และไม่เชื่อว่าใบอังกาบหนู รักษามะเร็ง แต่ที่หายมีผลมาจากการรักษาทางเคมี โดยระบุว่า ถ้าจำกันได้สามสี่ปีก่อนหน้านี้ เคยมีสื่อแม่งเอาประเด็นใบทุเรียนเทศไปนำเสนอ บอกว่าใบนี้เจ๋งน้า รักษามะเร็งได้น้า บลาๆ เจ๋งกว่าเคมีบำบัดอีกน้า แต่แม่งไม่บอกคนอ่านว่า

ไม่มีงานวิจัยการรักษามะเร็งในคน ในสัตว์ก็ยังไม่มีเลยตอนนั้นน่ะ เขาแค่ทดลองกันในระดับหลอดทดลอง ซึ่ง เอาจริงๆ ในระดับหลอดทดลอง มึงหยอดสารเคมีที่เป็นพิษลงไปเซลล์มะเร็งแม่งก็ตาย แต่ไม่ได้แปลว่าสารพิษตัวที่ว่ามันจะเอามารักษามะเร็งได้นะเว้ย ขั้นตอนงานวิจัยแม่งหลายชั้นมาก กว่าจะรู้ว่ายาตัวๆ หนึ่งสามารถรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับคนรึเปล่า พอแม่งนำเสนอไปแบบนั้น คนก็แห่กันไปซื้อทุเรียนเทศมาต้มแดกกันรัวๆ ผลคือ ตับพัง ไตพัง พาร์กินสันแดกกันถ้วนหน้า

อย่าคิดว่าผักสมุนไพร จะกินได้กินดีไม่มีทางเกิดผลข้างเคียง พวกผักสมุนไพรหลายๆ ตัว องค์ประกอบข้างในก็คือสารเคมีที่เป็นสารตั้งต้นหรือส่วนประกอบของยาหลายชนิด มันมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ววววววว ดังนั้นการจะใช้สมุนไพรพวกนี้ มันต้องวิจัยอย่างละเอียด หลายๆสถาบันเขาก็วิจัยกันอยู่ อย่างของอภัยภูเบศน์งี้ เด๋วนี้หมอแผนไทยที่วิจัยสมุนไพร เขาวิจัยกันเป็นระบบ มีการทดลอง ค้นคว้า ศึกษาองค์ประกอบในสมุนไพรนะเว้ย ไม่ใช่นั่งอ่านสมุดข่อยที่เขียนกันมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนว่าตัวนั้นตัวนี้มีสรรพคุณยังไง

ส่วนไอ้ตัวล่าสุด ใบอังกาบ ที่สื่อประโคมกันเหลือเกิน อันนี้ยิ่งกว่าทุเรียนเทศอีก อันนั้นมีงานวิจัยในหลอดทดลอง อันนี้ไม่มีงานวิจัยเลย แค่มีคนที่รักษามะเร็งกับหมอให้เคมีบำบัดมา แล้วไปกินไอ้นี่ พออาการดีขึ้นก็คิดว่าเป็นเพราะสมุนไพรตัวนี้ (ไม่คิดว่าเป็นเพราะเคมีบำบัดมั่งเลยเรอะ) แล้วก็พูดกันปากต่อปากแค่นั้น ถ้าใครจะไปหามาต้มกิน ก็เตือนไว้ว่า เสี่ยงดวงกันเอาเองนะ เพราะคุณกำลังไปในเส้นทางที่ยังไม่มีใครมีข้อมูลด้านนั้นมาก่อน