สาวป่วยมะเร็ง ถูกสามีไล่ หอบลูกพึ่งน้องสาว สุดท้ายน้องสาวเลิกกับสามีเพราะเลือกพี่

Home / ข่าวทั่วไป / สาวป่วยมะเร็ง ถูกสามีไล่ หอบลูกพึ่งน้องสาว สุดท้ายน้องสาวเลิกกับสามีเพราะเลือกพี่

สาวป่วยมะเร็งเต้านม ตัดพ้ออยากลาโลก ซ้ำสามีไล่หนี หอบลูกพึ่งน้องสาว สุดท้ายน้องสาวต้องเลิกกับสามีเพราะเลือกพี่สาวที่ป่วย

สุดแสนทรมาน นานหลายปีสาววัย 37 ปี นอนป่วยเป็นโรคร้ายมะเร็งเต้านมระยะที่ 4  มานานนับ 5 ปี ซ้ำหนักผู้เป็นสามีขับใสไล่ส่งให้ออกไปจากบ้าน ให้ไปรักษาตัวให้หายแล้วค่อยกับมา สิ้นไร้หนทางหอบลูกมาพึ่งน้องสาวให้ดูแล ผู้เป็นน้องสาว ไม่ทอดทิ้งขอรับดูแลพี่สาวที่ป่วยเป็นโรคร้าย แม้จะต้องเลิกรากับสามีก็ตาม แต่ขอเลือกที่จะได้ดูแลพี่สาวให้ดีที่สุดแม้ตนต้องทำงานหนัก สุดท้ายค่าใช้จ่ายผู้เป็นน้องสาวเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทั้งสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นของผู้เป็นพี่สาว และค่างวดรถ-งวดบ้าน รายได้เพียงหมื่นกว่าไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายคนในครอบครัว ทั้งหลานน้อย 2 คนและลูกของผู้เป็นน้องสาวอีก 1 คน สุดท้ายผู้เป็นพี่สาวทนเห็นน้องของตนทำงานหนักรับภาระชีวิตคนในบ้านหลายชีวิต เปิดขอรับบริจาค จากผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือเป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

วันนี้ (11 ก.ย.61) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 121/133 ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบกับ น.ส.พรพนา วงษ์ศรีแก้ว อายุ 37 ปี เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่ภายในบ้าน ลักษณะบริเวณเต้านมถูกตัดออกจากการรักษาทางการแพทย์ สอบถามไปยัง น.ส.สังกา เทพยศ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 ม.2 ต.ไทรเดี่ยว อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ผู้เป็นแม่จึงทราบว่า น.ส.พรพนา เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ระยะที่ 4 จนจำเป็นต้องตัดเต้านมทั้ง 2 ข้างทิ้ง

น.ส.พรพนา เริ่มป่วยตั้งแต่ปี 2556 จนปัจจุบัน หลังแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อจึงได้รับการผ่าตัดเต้านมทั้ง 2 ข้างทิ้งในปี 2557 สร้างความเจ็บปวดทรมานให้แก่ น.ส.พรพนา เป็นอย่างมาก ในระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา จนต้องมาขอพึ่งพาผู้เป็นน้องสาว คือ น.ส.ปภัสศิริส์ วงษ์ศรีแก้ว อายุ 36 ปี เพราะผู้เป็นสามีทราบเรื่องอาการป่วยของ น.ส.พรพนา ว่าเป็นโรคมะเร็งจึงขับใสไล่ส่งให้ออกจากบ้านพร้อมลูกอีก 2 คน ที่ยังเด็กอยู่

ทั้งนี้ น.ส.พรพนา ผู้ป่วยได้พูดด้วยน้ำเสียงอิดโรยว่า ตนไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้วจริงๆ มันชั่งทรมานเหลือเกินเพราะสภาพจิตใจและร่างกายเริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ แต่ที่ต้องทนอยู่และสู้กับโรคร้ายเพราะ ลูก และยังมีความเป็นห่วงและสงสารผู้เป็นลุง และแม่รวมถึงผู้เป็นน้องสาว ที่ต้องมาคอยดูแลตน ตนจึงตัดสินใจใช้โลกโซเชียล โดยโพสต์ลงในกลุ่มสมาชิกเฟซบุ๊ก “ชุมชนคนรักบ่อวิน” ขอเปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยติดเตียงเพื่อเป็นหนทางในการแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้เป็นน้องสาว จนสมาชิกในกลุ่มได้เดินทางเข้ามาบริจาคสิ่งของให้ดังกล่าว เพราะจริงๆ แล้วตนก็ไม่อยากรบกวนผู้อื่นแต่อย่างใด แต่ตอนนี้เสถียรภาพทางการเงินในครอบครัวเริ่มมีปัญหา จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญดังกล่าว