สลด!! ‘เสี่ยเกาะเต่า’ ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย แค้นถูกภรรยาหักหลัง

Home / ข่าวทั่วไป / สลด!! ‘เสี่ยเกาะเต่า’ ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย แค้นถูกภรรยาหักหลัง

พัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ ‘เสี่ยเกาะเต่า’ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กฆ่าตัวตาย พร้อมเขียนจดหมายสั่งลาผ่านเว็บไซต์กระทู้พันทิป แค้นถูกภรรยาหักหลัง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ศุภสัณห์ สุขแก้ว สว.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุคนยิงตัวตายที่บ้านเลขที่ 88/37 หมู่บ้านสวยขุนทะเล หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

หลังโลกออนไลน์เกิดกระแสแชร์ไลฟ์ จากผู้ใช้ชื่อ Diver nino โพสต์ข้อความ “18+ นะฮะ ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วย” พร้อมกับเฟซบุ๊กไลฟ์คล้ายจะฆ่าตัวตาย เพราะมีปืนวางอยู่ จึงเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.นิพนธ์ ชาตรี รอง ผกก.ป. สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ประตูถูกปิดแน่นหนา ส่วนที่โรงรถมีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์จอดอยู่ 2 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามเรียกหาเจ้าของบ้านแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ประตูถูกปิดแน่นหนา เจ้าหน้าที่ต้องพังหน้าต่างเข้าไปในตัวบ้าน ก่อนจะพังประตูห้องนอนที่ถูกปิดล๊อคด้วยการนำเหล็กแผ่นขันน๊อตแน่น เปิดแอร์อุณหภูมิต่ำเย็น

บนที่นอนพบศพนายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม อายุ 48 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ และเป็นเจ้าของบริษัทอัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง และ ร้านอาหารไพเรท บาร์ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แต่งกายด้วยชุดขับรถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย และถุงมือ มือซ้ายถือตุ๊กตาหมาผ้าสีแดง ส่วนบนตัวพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ใต้คางกระสุนฝังใน 1 นัด

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม อายุ 48 ปี ได้ไลฟ์สดบนเฟสบุ๊คห้องนอนที่มีเตียงเด็กอยู่ภายในห้อง พร้อมแต่งกายด้วยอุปกรณ์ป้องกันการขับขี่จักรยานยนต์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ซึ่งหลังจากแต่งกายพร้อมสวมหมวกกันน็อกเสร็จแล้ว ได้ขึ้นไปนั่งบนเตียงที่มีปืนวางอยู่

พร้อมกับกำตุ๊กตาสุนัขสีแดงไว้ที่มืออีกข้างหนึ่ง มีชาวเน็ตที่ต่างเข้ามาคอมเม้นท์ช่วยเตือนสติ ก่อนที่ น.ส.พึงพิศ อินทร์จันทร์ภรรยา อายุ 36 ปี จะติดต่อประสานญาติให้เข้ามาช่วยเหลือแต่ไม่ทัน และพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว

สาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทมาระยะหนึ่ง ก่อนที่เมื่อวานนี้ก่อนเกิดเหตุได้เกิดการทะเลาะรุนแรงและมีการขับไล่ ก่อนที่ น.ส.พึงพิศ อินทร์จันทร์ ไปเปิดห้องพักด้านนอก ส่วนบุตรทั้ง 2 คนอยู่ที่โรงเรียนประจำ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ส่งชันสูตรโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีก่อนจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป