ขมวดประเด็น “ยกฟ้อง” คดีหนุ่มฟอร์จูนเนอร์ถูกตู้คอนเทนเนอร์ทับ

Home / ข่าวทั่วไป / ขมวดประเด็น “ยกฟ้อง” คดีหนุ่มฟอร์จูนเนอร์ถูกตู้คอนเทนเนอร์ทับ

เป็นอีกหนึ่งข่าวดังเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2561 เมื่อตู้คอนเทนเนอร์หล่นทัพรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ที่วิ่งร่วมทางมาจนแบน แต่เหมือนปาฏิหารย์ที่คนขับฟอร์จูนเนอร์รอดตายอย่างไม่น่าเชื่อ ผ่านไปไม่กี่เดือน คดีดังกล่าวจบลงด้วยการ “ยกฟ้อง” คู่กรณีคนขับรถตู้คอนเทนเนอร์ จนทำให้หลายคนต่างสงสัยในคดีนี้กันเป็นทิวแถว

ย้อนรอยเหตุการณ์

ในวันที่ 27 พ.ค. 2561 นายวรวุฒิ อยู่ญาติมาก เจ้าของรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ได้ขับมาตามทางตรงจุดทางโค้ง โรงเรียนวัดพลมณี มาจาก ถ.หลวงแพ่ง มุ่งหน้าทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ก่อนที่จะมีรถบรรทุกที่มาจากฝั่งตรงข้ามขับมาค่อนข้างเร็ว เกิดเสียหลักตรงช่วงโค้งหักศอก รถพลิกคว่ำทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกมาด้านหลังล้มลงมาทับรถฟอร์จูนเนอร์จนแบน แต่นายวรวุฒิ คนขับฟอร์จูนเนอร์ไม่เสียชีวิต แต่ก็ยังคงได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้าย เพราะถูกเหล็กหลังคารถ กดลงไป ซึ่งปัจจุบันยังคงต้องทำกายภาพบำบัดอยู่

ในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งคู่กรณี-ผู้เสียหายได้พูดคุยตกลงกัน โดยผู้เสียหายเรียกร้องเป็นจำนวน 4,700,000 บาท ก่อนมีการพูดคุยกัน 5 ครั้ง จนลดลงเหลือค่าเสียหายทั้งหมด 1,320,000 บาท


คลิปเหตุการณ์รถฟอร์จูนเนอร์ถูกทับ

ส่งฟ้อง “เมาแล้วขับ” ไม่ใช่ “เมาแล้วขับ ทำให้ผู้อื่นเสียหายจนบาดเจ็บสาหัส”

หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการ ทำสำนวน ส่งฟ้องศาล ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาเพียง 2 วันศาลตัดสิน คนขับรถบรรทุกใน “ข้อหาเมาแล้วขับ” ซึ่งผู้เสียหายก็ยืนยันว่า ไม่ได้ทราบมาก่อนว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งฟ้องศาลไปแล้ว ในข้อหา “เมาแล้วขับ” แต่ในมิได้ข้อหา “ข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้เกิดความเสียหาย” หรือ “เมาแล้วขับจำเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและทรัพย์สิน แต่อย่างใด ตรงจุดนี้คือ ต้นตอแรกของปัญหา

ผู้สันทัดกรณีด้านกฏหมายกล่าวว่า โดยปรกติของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งเรื่องฟ้องศาล 1 คดี  2 ข้อหา คือ 1. เมาแล้วขับ และ 2. ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือฟ้องในคดีที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งในเคสนี้คือข้อหาที่ 2 นั่นเอง แต่ในคดีนี้ ทางผู้เสียหายกล่าวว่า มีการทำเรื่องฟ้องแยกเป็น 2 คดี แยกเป็นคดีละ 1 ข้อหา  ซึ่งถือเรียกว่า “เป็นการฟ้องซ้ำ”

ซึ่งในคดี “เมาแล้วขับ” จนท. ได้นำเรื่องส่งศาลและมีคำตัดสินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีใครไปอุทธรณ์คดีนี้ เนื่องจากผู้เสียหายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและไม่ทราบเรื่อง ทำให้คดี “เมาแล้วขับ” ถือว่า เสร็จสิ้นเรียบร้อย

คดีจบ ผู้เสียหายอุทธรณ์ไม่ได้!!!

ซึ่งในการฟ้องคดี “เมาแล้วขับ” นั้น หากมองง่ายๆ คือ คดีเมาแล้วขับ นั้นเป็นเหมือนการที่ใครสักคนดื่มสุรา ก่อนขับรถไปเจอด่านตรวจ และถูกจับฟ้องศาล ซึ่งในเคสเหล่านี้ “ไม่มีผู้เสียหาย” แต่ถ้าหากสำนวนฟ้องระบุว่า “เมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย” นายวรวุฒิ คนขับฟอร์จูนเนอร์จะกลายเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ และสามารถที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่างๆ ได้ สามารถยื่นอุทธรณ์ต่างๆ ได้

แต่ในเมื่อมีการฟ้องร้องในข้อหา “เมาแล้วขับ” นายวรวุฒิ คนขับฟอร์จูนเนอร์ จึงมิใช่ผู้เสียหายในคดีนี้ สิ่งที่ทำได้เพียงแค่การเดินทางไปขอให้ทางอัยการช่วยดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้มีการรื้อฟืนในประเด็นดังกล่าว

เหตุเกิด “27 พ.ค.” แต่คำฟ้องระบุ “25 พ.ค.”

ผู้เสียหายได้ไปตามเรื่องของการฟ้องร้องในคดีดังกล่าว จนท. ได้ส่งฟ้องในฐานความผิดคือ “ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินของผู้อื่นและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส” แต่ปัญหาอยู่ที่รายละเอียด ข้อ 1 ระบุ “วันที่ 25 พฤษภาคม 2561” ไม่ตรงกับวันที่เกิดเหตุจริง!

ซึ่งในส่วนนี้ แม้ว่า จำเลยจะรับสารภาพต่อเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่สำนวนฟ้องระบุวันผิด ทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่จะทำให้จำเลยสามารถแก้ต่างในประเด็นเล็กๆ นี้ ทำให้หลุดได้ในท้ายที่สุด

หลังจากเกิดปัญหาดังกล่าว ทางผู้เสียหายได้มีการพูดคุยกับอัยการ เนื่องจากคดีนี้ไม่ใช่คดีเมาและขับอย่างเดียว มีทั้งรถทับจนยับและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถขยายเพิ่มเติมได้อีก 1 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ ( 11 ต.ค. 61)

สรุปท้ายที่สุดในคดีฟอร์จูนเนอร์ถูกทับ

บทสรุปของคดีนี้ ยังคงต้องรอดูว่า ในเรื่องนี้จะมีการเปิดคำร้องเพื่อกลับไปแก้ไข หรือเปิดคดีใหม่อีกครั้งได้หรือไม่ เรื่องนี้คงต้องรอคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง และมีแนวโน้มว่า ทางผู้เสียหายจะดำเนินการฟ้องร้องกับทางเจ้าหน้าที่ต่อ เนื่องจากผู้เสียหายเองก็ยังคงคลางแคลงใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ในข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่า คำฟ้องจะไม่ครบถ้วน หรือวันที่ในคำฟ้องที่ไม่ตรงกัน สิ่งเหล่านี้เป็นการจงใจให้เกิดข้อผิดพลาดหรือไม่?