‘ศรีสุุวรรณ’ ค้านสร้างถนนคอนกรีดเขาพะเนินทุ่ง หวั่นซ้ำรอยเขาใหญ่ คร่าชีวิตสัตว์ป่า

Home / ข่าวทั่วไป / ‘ศรีสุุวรรณ’ ค้านสร้างถนนคอนกรีดเขาพะเนินทุ่ง หวั่นซ้ำรอยเขาใหญ่ คร่าชีวิตสัตว์ป่า

‘ศรีสุุวรรณ’ ค้านโครงการสร้างถนนคอนกรีดขึ้นเขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หวั่นซ้ำรอยเขาใหญ่ คร่าชีวิตสัตว์ป่า

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์เรื่อง คัดค้านการสร้างถนนคอนกรีตขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งเสมือนเป็นการฆาตกรรมสัตว์ป่าว่าที่มรดกโลก ตามที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และสาขาเพชรบุรี ได้ดำเนินการว่าจ้างผู้รับเหมาให้มีการปรับปรุงเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวเขาพระเนินทุ่งจากถนนดินลูกรังให้เป็นถนนลาดยางคอนกรีต ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2561 เป็นต้นมา และมีระยะเวลาในการก่อสร้าง 560 วัน

นับเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อแนวทางการอนุรักษ์และขัดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง ทำลายผืนป่าว่าที่มรดกโลก จึงตั้งคำถามว่าอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติปล่อยให้เกิดโครงการประเภทนี้ได้อย่างไร โดยป่าแก่งกระจานเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีสัตว์ป่าและพรรณพืชมากมาย ตั้งแต่สัตว์ป่าขนาดเล็ก ผีเสื้อ ตุ๊กแกบางชนิด และมีนกกะลิงเขียดหางหนาม ที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย ไปจนถึงมีหมี เสือดาว เสือโคร่ง ช้างป่า จระเข้ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงมีโอกาสพบเห็น-พบเจอสัตว์ที่มานอนกลางถนน-ริมถนนด้วยความไร้เดียงสามากมาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการสร้างถนนลาดยางเข้าไปถึงบ้านกร่าง ภาพเหล่านี้ก็หายไป ถนนลูกรังสายเดิม ที่เปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ไม่สามารถคัดกรองนักท่องเที่ยวได้อีกต่อไป เพราะรถเร่งรีบกันขึ้นไปดูทะเลหมอกยามเช้ามืดกันมากขึ้น เกิดกรณีสัตว์ถูกรถชนตายเป็นจำนวนมาก การพบเห็นสัตว์ข้างทางก็ยากขึ้น

ดังนั้น ถ้าโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเดินหน้าต่อไปจนถึงเขาพะเนินทุ่ง รถยนต์จากคนขับที่มีจิตสำนึกบ้าง ไม่มีจิตสำนึกบ้าง จะหลั่งไหลเข้าสู่แก่งกระจาน จำนวนมากมายมหาศาลขนาดไหน การเสี่ยงชีวิตของสัตว์ป่าจะสูงขึ้น ปัญหาขยะจะตามมา ซึ่งเชื่อว่าบิ๊กไบค์-เด็กแว้นจะตามมา ภาพที่เขาใหญ่ หนังม้วนเดียวกัน จะมาฉายที่แก่งกระจานอีกที่หนึ่งแน่นอน

ขณะเดียวกัน การจัดทำโครงการฯ ดังกล่าวไม่มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่มีการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด ซึ่งกรมอุทยานฯเป็นหน่วยงานอนุรักษ์แต่กลับละเมิดกฎหมายเสียเอง ซึ่งสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนไม่อาจยอมรับได้

จึงขอเรียกร้องไปยังอธิบดีกรมอุทยานฯ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายกรัฐมนตรีได้โปรดใช้อำนาจในการสั่งให้มีการทบทวนและระงับโครงการฯ ดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน หากยังเพิกเฉยก็แสดงว่ารัฐบาลรักสิ่งแวดล้อมแต่ปาก หาได้มีความจริงใจไม่ เช่นนั้นสมาคมฯ จำต้องร้องเรียนกล่าวโทษต่อ ป.ป.ช.ฐานทุจริตต่อหน้าที่ และจะนำความขึ้นฟ้องศาลฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป