‘เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล’ เล่านาทีหวิดช็อกเพราะขาดน้ำ หลังวิ่งการกุศลที่ชลบุรี

Home / ข่าวทั่วไป / ‘เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล’ เล่านาทีหวิดช็อกเพราะขาดน้ำ หลังวิ่งการกุศลที่ชลบุรี

“เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล” อดีตนักดนตรีชื่อดัง เผยน้ำตาร่วงเพราะสงสารนักวิ่งไม่มีน้ำดื่ม ขณะที่ตนเองเกือบช็อก หลังวิ่งไกลกว่า 21 กิโลเมตร

นายวรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ “เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล” อดีตนักดนตรี และยังเป็นนักวิ่งการกุศลชื่อดัง ที่ร่วมวิ่งหารายได้ช่วยเหลือโรงพยาบาลที่เป็นกระแสดราม่าในขณะนี้ ได้โพตส์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า เกือบเอาชีวิตกลับมาไม่รอด งานวิ่งชาริตี้ชลบุรีมาราธอน น้ำไม่พอให้นักวิ่งกิน งานนี้ผมไม่ได้เป็นคนจัดนะครับ อย่ามาเข้าใจผิดกันอีกล่ะ ผมไปวิ่งจ่ายเงินค่าวิ่ง 700 บาท เพื่อร่วมบุญ แต่ได้บาปกลับมา เพราะเกิดความสงสาร นักวิ่งบางคนร้องไห้ เพราะไม่มีน้ำกิน บางคนเก็บน้ำข้างทางกิน บางคนเอามือรองน้ำกินเพราะแก้วน้ำก็ไม่พอ

ผมวิ่งแค่ 21 กิโลเมตร ช่วงท้ายๆ น้ำตามันไหลเพราะสงสารตัวเอง ที่อมน้ำแข็งวิ่ง เพราะไม่มีน้ำ มีแต่น้ำแข็ง หลายๆจุดไม่มีอะไรเลย คนบ่นกันมาก พอถึงเส้นชัยผมไม่มีอารมณ์ทักทายใคร ใครขอถ่ายรูปผมก็หนีเลย อย่าถือสาผมนะ ผมจะเป็นลม จะช็อกขาดน้ำมากๆผมรีบมากินน้ำที่รถ ผมถึงรอดมาได้ งานนี้ทุกคนเสียเงินค่าสมัครตามระยะทาง ช่วงเย็นผู้จัดงานลงทุนจัดคอนเสิร์ตใหญ่ วงดังระดับประเทศ แต่พวกเราเสียตังค์ไม่มีน้ำกิน

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม “เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล” โดยเผยความในใจว่า เป็นความรู้สึกที่แย่มาก ตั้งแต่ร่วมวิ่งมาทุกที่ ที่สำคัญคือสงสารนักวิ่งที่เป็นเด็กผู้หญิงและผู้สูงอายุ บางคนร้องไห้เพราะหิวน้ำ วิ่งไปแย่งน้ำในเหยือก แต่ไม่มีแก้วน้ำ ต้องเทน้ำแล้วเอามือรองกิน ขณะที่บางคนต้องเก็บก้อนน้ำแข็งกินระหว่างทาง เป็นภาพที่น่าหดหู่มาก ขนาดตนเองออกกำลังกายบ่อยยังน้ำตาร่วง

แต่ที่รู้สึกแย่สุดคือ ปกติแล้วนักวิ่งที่วิ่งมาเป็นคนสุดท้าย โดยทั่วไปจะต้องมีรางวัลความมานะพากเพียร แต่นี่ถูกทิ้ง ผู้จัดเก็บเต้นท์ไปหมด ซึ่งอดีตนักดนตรีชื่อดังยืนยันว่า การกระทำแบบนี้ไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกายอย่างเดียว แต่ทำร้ายจิตใจเขาด้วย

เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Poon Kub” หนึ่งในผู้ร่วมงานวิ่งมาราธอน ได้ตำหนิผู้จัดงานควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้วิ่งให้มาก เพราะตนเองลงวิ่งในระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ช่วง 10 กิโลเมตรแรกพอมีน้ำอยู่บ้าง แต่ประมาณกิโลเมตรที่ 13 น้ำหมด และวิ่งต่อไปกิโลเมตร 23 ก็ยังไม่มีน้ำ แต่จากนั้นเริ่มมีอาการตะคริวกินบริเวณไหล่ลงไป จึงให้เจ้าหน้าที่มาส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งพบว่าค่าไตสูงผิดปกติถึง 2.4 (คนปกติอยู่ที่0.5) และถูกนำตัวเข้าห้อง ICU เพื่อรอดูอาการไตวายเฉียบพลัน