ข่าวMono29 ค้ามนุษย์ ประเทศไทย รายงานการค้ามนุษย์ ไทยขึ้นเทียร์ 2

ไทย ขึ้นเทียร์ 2 จากรายงานการค้ามนุษย์

Home / ข่าวทั่วไป / ไทย ขึ้นเทียร์ 2 จากรายงานการค้ามนุษย์

การจัดอันดับประเทศที่มีการค้ามนุษย์ ล่าสุด ปี 2018 ไทยขึ้นอันดับมาอยู่เทียร์ 2 ดีสุดในรอบ 9 ปี ขณะที่ สปป.ลาว เมียนมา และจีน อยู่ในกลุ่มสุดท้ายลักลอบค้ามนุษย์สูงสุด

รายงานการค้ามนุษย์ (Trafficking In Persons Report 2018) ของสหรัฐฉบับล่าสุด ที่สำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์การค้ามนุษย์ใน 189 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้ไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ใน ‘กลุ่มเทียร์ 2’ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีความพยายามในการแก้ไข และตรวจสอบการลักลอบค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

หลังก่อนหน้านี้สหรัฐฯ จัดอันดับให้ไทยอยู่ใน ‘กลุ่มเทียร์ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List)’ 2 ปีติดต่อกัน สำหรับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทยเคยย่ำแย่ที่สุด และถูกจัดอยู่ใน ‘กลุ่มเทียร์ 3’ เมื่อปี 2014 และ 2015 โดยการเปลี่ยนแปลงอันดับในครั้งนี้นับว่าไทยมีพัฒนาการในการแก้ไข และจัดการปัญหาดังกล่าวดีที่สุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2009

ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจใน TIP 2018 มากกว่า 40% ถูกจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มเทียร์ 2 โดยมี 4 ประเทศที่สหรัฐฯ จะเฝ้าระวังและติดตามเป็นพิเศษได้แก่ ลิเบีย เซนต์มาร์ติน โซมาเลีย และเยเมน

ส่วนแคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ล้วนถูกจัดอยู่ในกลุ่มเทียร์ 1 กลุ่มที่รัฐบาลมีความพยายามแก้ไขและตรวจสอบอย่างจริงจัง จนอัตราการลักลอบค้ามนุษย์ภายในประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยฟิลิปปินส์เป็นเพียงชาติเดียวในย่านอาเซียนที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้

สำหรับประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างจีนและรัสเซีย รวมถึงเพื่อนบ้านของไทยอย่างลาวและเมียนมา ถูกจัดในอยู่ในกลุ่มเทียร์ 3 ซึ่งสถานการณ์การค้ามนุษย์อยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง อีกทั้งรัฐบาลละเลยที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

TIP 2018 ยังระบุว่า ไทยมีความพยายามจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับรายงานฉบับก่อนหน้า ทั้งการดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เข้ามาดูแลและจัดการประเด็นนี้โดยเฉพาะ มีขั้นตอนกระบวนการที่กระชับขึ้น รวมถึงรัฐบาลเข้าไปมีส่วนในการสอบสวนและติดตามผลอย่างจริงจัง

แม้ว่าการรับสินบนหรือสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ จะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ พร้อมทั้งเสนอแนะให้ไทยดำเนินคดีและตัดสินโทษ โดยใช้แนวทางที่เน้นผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเป็นศูนย์กลาง รวมถึงควรเพิ่มความพยายามในการระบุอัตลักษณ์ของเหยื่อการค้ามนุษย์ให้ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น