คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยาแอนติบอดี้ วิจัยยาต้านมะเร็ง

ระดมทุนช่วย หมอจุฬาฯ ต่อยอดวิจัยยาต้านมะเร็ง

Home / ข่าวทั่วไป / ระดมทุนช่วย หมอจุฬาฯ ต่อยอดวิจัยยาต้านมะเร็ง

ระดมทุนช่วย หมอจุฬาฯ ต่อยอดวิจัยยาต้านมะเร็ง ชวนคนไทยร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความคืบหน้ากรณีการวิจัยพัฒนาผลิตยาต้านมะเร็ง จากภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขพร้อมจะสนับสนุนงานวิจัยชิ้นนี้อย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้สมทบเงินเข้ากองทุนวิจัย 10 ล้านบาท และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สนับสนุนอีก 3 ล้านบาทเพื่อนำมาใช้วิจัยผลิตยา

หากสำเร็จกระทรวงสาธารณสุขจะพลักดันให้ยาชนิดนี้เข้าสู่ระบบบัตรทอง เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมกันและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อยาให้กับประชาชน โดยเฉพาะยารักษามะเร็งที่มีถึง 50% ของค่าใช้จ่ายโดยรวมกว่า 1 แสน 5 หมื่นล้านบาท

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก CU Cancer Immunotherapy Fund ได้โพสต์ข้อมูลโดยระบุว่า ยาแอนติบอดี้ที่เรากำลังพัฒนาสำหรับรักษามะเร็ง ปลดล็อคการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้อย่างไร จากการค้นพบโปรตีน PD-1 โดย Tasuku Honjo ที่ได้รับรางวัลโนเบล นำไปสู่การพัฒนาการรักษาด้วยยาภูมิต้านมะเร็ง โดยในเซลล์มะเร็งบางชนิด มีโปรตีนที่มาจับกับ PD-1 และปิดกั้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เป็นเสมือน “เบรก” ที่หยุดไม่ให้เม็ดเลือดขาวมาทำลายตัวมะเร็ง

โดยยาแอนติบอดี้ที่เราพัฒนาอยู่นี้ เป็นยากลุ่ม Immune Checkpoint Inhibitor จะไปยับยั้งกระบวนการนี้ ยกเบรกออก ปลดล็อคการทำงานของเม็ดเลือดขาว ให้สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ ในร่างกายเราทุกคนมีกระบวนการทางธรรมชาติที่คอยตรวจจับและทำลายเซลล์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว เพียงแค่ถูกกระบวนการบางอย่างขวางไว้เท่านั้น ยาแอนติบอดี้ตัวนี้จึงเป็นความหวังของการรักษามะเร็งในประเทศไทยในอนาคต เป็นแนวทางเดียวกับยาที่นำเข้าจากต่างประเทศและราคาสูงในปัจจุบัน

ในกลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยา มีผลการรักษาที่ดีมาก และได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาภูมิคุ้มกันบำบัดแบบอื่นๆ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง กำลังพัฒนายาตัวนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนไทย ปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อคาดคะเนการตอบสนองของยาแอนติบอดี้ ด้วยการตรวจยีนแล้ว ซึ่งทางศูนย์ฯได้มีการพัฒนาการตรวจยีนเพื่อคาดการณ์การตอบสนองของยาเช่นกัน