กลุ่มผู้สื่อข่าวพัทยาแถลง หลังมีดราม่าคนอ้างเป็นนักข่าว โวยการทำงานของโรงพยาบาล

Home / ข่าวทั่วไป / กลุ่มผู้สื่อข่าวพัทยาแถลง หลังมีดราม่าคนอ้างเป็นนักข่าว โวยการทำงานของโรงพยาบาล

ปกป้องวิชาชีพสื่อ! นักข่าวพัทยาแสดงเจตนารมณ์ หลังมีกระแสดราม่า รพ.เมืองพัทยาแสดงจุดยืนการทำงาน เพื่อสังคม รพ.รับอาจสื่อสารไม่เข้าใจกัน พร้อมเพิ่มมาตรฐานการให้บริการ

จากกรณีมีดราม่าในสังคมออนไลน์ในเรื่องของผู้ไปใช้บริการเมืองพัทยา ซึ่งระบุว่า เป็นสื่อยักษ์ใหญ่ไปโวยวายกับเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลเมืองพัทยา หลังเข้าพาบุตรหลานเข้ารักษาพยาบาลแล้วไม่ได้รับการตอบรับจนนำมาสู่เรื่องราวของสังคมเมืองพัทยา

กระทั่ง นพ.กิตติ ปรมัตผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว จนเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ อ่านต่อ >> ดราม่า! ญาติคนป่วยอ้างเป็นนักข่าว ขู่เอาเรื่องแพทย์ ทั้งที่ตรวจแล้วปกติ

ล่าสุดวันนี้ (22 ต.ค.) นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งมีหน้าที่รับผิดดูแลงานสาธารณสุขเมืองพัทยา ได้มีการประชุมร่วมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลพัทยา เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวดังกล่าว ถึงที่มาที่ไป ซึ่งทางโรงพยาบาลเมืองพัทยา ได้ชี้แจงการทำงานตามขั้นตอนของกระบวนการแพทย์ พร้อมยอมรับถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยชี้แจงว่าอาจจะเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ จนเกิดเรื่องราวดังกล่าวในที่สุด ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้เรื่องราวบานปลาย และพร้อมจะเน้นในเรื่องของการสื่อสารสร้างความเข้าใจระหว่างบุคลากรและผู้ใช้บริการโรงพยาบาลต่อไป

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ขณะที่นายสามารถ ทองรอด นายกสมาคมนักข่าวพัทยา ออกมาระบุต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่ากลุ่มผู้สื่อข่าวเมืองพัทยาที่ปฏิบัติงานสื่อสารมวลชนอย่างแท้จริงได้รวมตัวกัน เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ เพราะสังคมอาจมองภาพพจน์นักข่าวไปในทางที่ไม่ดี

ทั้งที่นักข่าวพัทยาก็มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำงานให้สังคมอยู่โดยตลอด โดยกรณีที่เกิดขึ้นนั้นขอยืนยันว่านักข่าวคนดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสมาคมแต่อย่างใด เนื่องด้วยเรามีการจัดตั้งเป็นสมาคมชัดเจนและมีการทำงานร่วมกันกับเมืองพัทยาอยู่โดยตลอด

จึงอยากฝากทำความเข้าใจต่อสาธารณชน เพราะสมาคมมีนักข่าวในสังกัดเกือบ 100 ชีวิต ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยทุกคนมีสังกัดรับรอง มีกฎระเบียบ และจริยธรรมด้านสื่อที่ต้องคอยควบคุม แต่ก็มีสื่อบางส่วนที่ไม่อยู่ในสมาคมที่ทำงานส่วนตัวก็มี ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไปควบคุมไม่ได้เพราะเป็นสิทธิ์ส่วนตัว ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนั้นคงเป็นเรื่องของทาง รพ.และผู้ที่ถูกกล่าวถึงคงต้องมาเจรจาทำความเข้าใจกันเอง