อินโดนีเซีย ไลอ้อน แอร์

เหตุเครื่องบิน ‘ไลอ้อน แอร์’ ตกล่าสุด สะท้อนปัญหาความปลอดภัยการบินอินโดนีเซีย

Home / ข่าวทั่วไป / เหตุเครื่องบิน ‘ไลอ้อน แอร์’ ตกล่าสุด สะท้อนปัญหาความปลอดภัยการบินอินโดนีเซีย

จากเหตุเครื่องบินไลอ้อน แอร์ ตกครั้งล่าสุด ปลุกความกังวลเรื่องความปลอดภัยการบินในอินโดนีเซียขึ้นมาอีกครั้ง

เหตุการณ์เที่ยวบิน JT610 ของสายการบินไลอ้อน แอร์ ที่ตกกลางทะเลชวาเมื่อวันจันทร์ ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางการบินในอินโดนีเซียขึ้นมาอีกครั้ง หลังเคยถูกสหภาพยุโรปสั่งห้ามบินเข้าน่านฟ้า เมื่อปี 2550 และเพิ่งได้รับอนุญาตให้บินได้เมื่อปี 2559 โดยหลังเกิดเหตุเครื่องบินตกล่าสุดไม่นาน กระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลีย ได้แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้หลีกเลี่ยงการโดยสารเครื่องบินของไลอ้อน แอร์ หรือสายการบินอื่นๆ ในเครือ

ทั้งนี้ เว็บไซต์สมาร์ททราเวลเลอร์ ระบุว่า ทางการออสเตรเลียจะพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง หลังผลการสอบสวนเรื่องเหตุเครื่องบินตกออกมาชัดเจนแล้ว โดย ไลอ้อน แอร์ เป็นหนึ่งในสายการบินอินโดนีเซียหลายแห่ง ที่ถูกห้ามบินเหนือน่านฟ้าในสหภาพยุโรป หรือ EU เมื่อปี 2550 หลังเกิดอุบัติเหตุทางการบินหลายครั้ง และเกิดความกังวลเรื่องมาตรฐานด้านความปลอดภัยตามมา

โดยในปี 2550 เครื่องบินสายการบินการูด้า พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 140 คน ไถลออกนอกรันเวย์ที่เมืองยอกยาการ์ตา และเกิดระเบิด จนมีผู้เสียชีวิต 21 ราย

นอกจากนี้ ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับสายการบินอินโดนีเซียอีกหลายครั้ง รวมถึงไลอ้อน แอร์ โดยในปี 2556 เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของไลอ้อน แอร์ ตกทะเลขณะลงจอดที่เกาะบาหลี ทำให้ผู้โดยสารต้องว่ายน้ำเอาชีวิตรอด และในปีเดียวกัน เครื่องบินรุ่นเดียวกันของไลอ้อน แอร์ ก็พุ่งชนฝูงวัวขณะร่อนลงจอดที่สนามบินในเมืองโกรอนตาโล

แต่สายการบินอินโดนีเซียก็ได้พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้สายการบินต่างๆ รวมถึงไลอ้อน แอร์ หลุดออกจากบัญชีดำของสหภาพยุโรปได้หลังใช้เวลา 9 ปี ขณะเดียวกัน สายการบินอินโดนีเซียก็เคยถูกห้ามบินเข้าน่านฟ้าสหรัฐฯ เช่นกัน และเพิ่งยกเลิกไปเมื่อปี 2559

อินโดนีเซีย มีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะน้อยใหญ่นับหมื่นเกาะ ทำให้อุตสาหกรรมการบินในประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีมานี้ โดยปัจจุบัน อินโดนีเซีย มีตลาดการบินภายในประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ตามหลังสหรัฐฯ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น