กองทัพเรือ ยกพลขึ้นบก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

บรรยากาศอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ย้อนรอย 250 ปี

Home / ข่าวทั่วไป / บรรยากาศอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ย้อนรอย 250 ปี

จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับกองทัพเรือ จัดยิ่งใหญ่อัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยาตราทัพทางบก ย้อนรอย 250 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติ

วานนี้ (31 ต.ค.61) ที่จุดทอดสมอ (ห่างจากวัดหงษ์ทองประมาณ 8 ไมล์ทะเล) เรือหลวงอ่างทอง ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ ได้จอดทอดสมอห่างจากชายฝั่ง 8 ไมล์ทะเล พร้อมปล่อยเรือเล็กเป็นเรืออัญเชิญพระบรมรูปฯ มายังฝั่งพร้อมเรือประมงพื้นบ้าน และเรือต่าง ๆ จำนวนกว่า 50 ลำ ตกแต่งประดับธงอย่างสวยงาม ตั้งขบวนเป็นกองเรือผสมในพื้นที่ แล่นตามรับกองเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือวัดหงษ์ทอง ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง

โดยมีนายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา อัญเชิญพระบรมรูปฯ ขึ้นรถแห่ไปยังปะรำพิธี วัดหงษ์ทอง ขบวนกลองยาวพร้อมมวลชนแต่งกายย้อนยุค/ชุดนักรบโบราณ ให้การต้อนรับและร่วมขบวนแห่อย่างสมพระเกียรติ จากนั้นพลเรือโท เดชดล ภู่สาระ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ และนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และกองทหารเกียรติยศ อัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประดิษฐาน ณ ปะรำพิธี วัดหงษ์ทอง

สำหรับการยาตราทัพเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทางบก จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้จัดริ้วขบวนอัญเชิญ “พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช” เดินทางไปประดิษฐาน ณ ปะรำพิธี วัดหงษ์ทอง อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยการจัดริ้วขบวนกลองยาวพร้อมมวลชนแต่งกายย้อนยุค ขบวนนักรบโบราณ เป็นต้น โดยใช้กำลังคนร่วมพันคน ในการอัญเชิญพระบรมรูปฯ ประดิษฐาน ณ วัดหงษ์ทอง เพื่อให้สมพระเกียรติ

นอกจากนั้นบริเวณงานยังจัดให้มีการแสดงมหรสพ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การแสดงละคร อิงประวัติศาสตร์ ชุด สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากคณะศิลปิน (สายเชีย) การแสดง ชุด สามบานบางระจัน การแสดงชุดควงกระบองไห การแสดงชุดรำถวายมือ ระบำเทพบันเทิง การแสดงและการละเล่นพื้นบ้าน ม้าก้านกล้วย รีรีข้าวสาร งูกินหาง มอญซ่อนผ้า กิจกรรมตลาดโบราณ การแข่งขันชกมวย และการจัดนิทรรศการตามรอยประวัติศาสตร์ สำหรับช่วงเวลา 17:00 น. ถึง 18:00 น. เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมง และในเวลา 18.00 น. พิธีอัญเชิญพระบรมรูป ฯ กลับเรือหลวงอ่างทอง เพื่อเคลื่อนขบวนเดินทางไปยังจังหวัดสมุทรปราการต่อไป

โครงการ “250 ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา” กองทัพเรือจัดขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง ในการที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงใช้ยุทธวิธีในการยกทัพที่อาศัยเส้นทางทางทะเลและแม่น้ำ ทรงนำทัพเรือมากู้ชาติได้สำเร็จ และเป็นกิจกรรมที่ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยเกิดความรักชาติ ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลได้เห็นชอบให้กองทัพเรือดำเนินการ โดยได้ร่วมมือร่วมกับ มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ10 จังหวัดที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางที่ทรงยกทัพเรือมากู้ชาติในครั้งนั้น ร่วมกันจัดกิจกรรมทั้งทางบกและทางน้ำขึ้น ระหว่างวันที่ 24 ต.ค.ถึง วันที่ 11 พ.ย.61

โดยในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ขบวนเรือกำหนดเดินทางถึงวัดบางเดื่อ/ค่ายโพธิ์สามต้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจะมีการจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 2 วัน ก่อนจะอัญเชิญพระบรมรูป สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาประกอบพิธี ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ภายหลังที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยกทัพเข้าตีอยุธยาในการกู้เอกราช ก่อนจะกลับมาสถาปนากรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร เป็นราชธานี ที่พระราชวังเดิมกรุงเทพมหานคร

จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในเส้นทางยาตราทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ กล่าวกันว่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ (หรือตรงคลองท่าลาด) เป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตก หรือก่อนปีพ.ศ.2310 ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าตากสิน ยังดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ ทรงเห็นว่าอยุธยาคงไม่สามารถต้านกำลังพม่าไว้ได้ จึงได้ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมา พร้อมด้วยกองทัพของพระองค์จำนวนหนึ่ง มาทางภาคตะวันออกเพื่อออกมาตั้งหลัก และรวบรวมไพร่พลเพื่อกลับไปตีเอาพระนครคืน ขณะที่เดินทัพมาหยุดรอทหารที่ตามกองทัพมาไม่ทัน ได้มาหยุดประทับที่หนองน้ำเพื่อหุงหาอาหาร ได้เกิดปะทะกับกองทัพพม่า ทั้งทัพบกและทัพเรือที่ตั้งอยู่ที่ปากน้ำโจ้โล้

พระเจ้าตากทรงทราบ จึงรับสั่งให้ตั้งแนวรับ ขุดหลุมเพลาะ วางปืนตับ เรียงหน้ากระดานไว้ พอทัพพม่าเข้ามาใกล้ ก็โจมตีจนพม่าแตกพ่ายไป หลังจากนั้นสมเด็จพระเจ้าตากก็ได้รวบรวมกองทัพ กลับไปกอบกู้อิสรภาพจากพม่าได้สำเร็จ และขึ้นเป็น “สมเด็จพระบรมราชาที่ 4” ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี (“สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี”) ท่านทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์ขึ้นบริเวณปากน้ำโจ้โล้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะครั้งที่พระองค์เคยผ่านมาสู้รบกับพม่าในครั้งนั้นด้วย พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำคลองท่าลาด ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

ขอบคุณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา