ปิดร้านร้าน ผับสระบุรี ยาเสพติด ฮาโลวีน

ลุยตรวจร้านเหล้าสระบุรีในคืน ‘ฮาโลวีน’ พบฉี่ม่วงกว่า 100 คน

Home / ข่าวทั่วไป / ลุยตรวจร้านเหล้าสระบุรีในคืน ‘ฮาโลวีน’ พบฉี่ม่วงกว่า 100 คน

กรมการปกครองบุกจับผับสระบุรี จัดงานคืนฮาโลวีน พบนักเที่ยวฉี่ม่วง 131 คน ยาเสพติดเกลื่อนพื้น เสนอผู้ว่าฯ สั่งปิด 5 ปี

เมื่อคืนวันที่ 31 ต.ค. 61 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับ สืบสวนและปราบปราม สํานักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เปิดปฏิบัติการ “ล้างป่าช้า” สุสานหลังเขา วางแผนส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวในร้านหลังเขา ซึ่งเป็นคืนวันฮาโลวีน ที่ทางร้านจัดคอนเสิร์ตปาร์ตี้ โดยใช้ชื่องานปาร์ตี้ว่า “คืนหลอก คืนหลอน”

จนกระทั่งเวลา 00.20 น. หลังจากที่สายลับของฝ่ายปกครองได้ให้สัญญาณ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจู่โจมเข้าทำการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมผับหลังเขา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงได้พบว่านักเที่ยวกำลังดื่มกินและเต้นกันอย่างเมามัน จำนวนกว่า 400 คน เนื่องจากทางร้านจัดปาร์ตี้คืนฮาโลวีน เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้แสดงตัว นักเที่ยวที่เสพยา ต่างตกใจ โยนยาเสพติดทิ้งลงเกลื่อนพื้น

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้ทำการคัดแยกนักเที่ยวที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ออกมา และทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทุกคน พบว่ามีนักเที่ยวที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน แยกเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 43 คน เป็นเด็กอายุเกิน18 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี จำนวน 85 คน รวมเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวนทั้งสิ้น 128 คน มีนักเที่ยวที่ปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 131 คน พบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ เกลื่อนพื้นร้าน และในห้องน้ำภายในร้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาอี และยาเค บรรจุซองพร้อมใช้ จำนวน 83 หน่วยการใช้(83 ห่อ) ยาอีและยาไฟว์ อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ

ขณะตรวจค้น มีนายกฤษณะ วงศ์ด้วงอายุ 30 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการดูแลร้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พบว่าร้านหลังเขา มีนางขวัญจิต แซ่หงุ่ย มารดาของนายกฤษณะฯ เป็นผู้มีชื่อในใบอนุญาตจำหน่ายสุรา และในใบทะเบียนพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อหากับนายกฤษณะ ฯ และแจ้งความดำเนินคดีกับนางขวัญจิต ฯ จำนวน 6 ข้อหา

ซึ่งหลังจากนี้ นายอำเภอหนองแค จะได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี สั่งปิดร้านหลังเขา มีกำหนด 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 ต่อไป