กรมควบคุมโรค หัดเยอรมัน โรคหัดเยอรมัน

เตือนคนไทยเที่ยวแดนปลาดิบ ระวังโรค ‘หัดเยอรมัน’ กำลังระบาดหนัก

Home / ข่าวทั่วไป / เตือนคนไทยเที่ยวแดนปลาดิบ ระวังโรค ‘หัดเยอรมัน’ กำลังระบาดหนัก

กรมควบคุมโรค ออกเอกสารแจ้งเตือนคนไทย ที่จะเดินทางเที่ยวแดนปลาดิบ ระวังโรค ‘หัดเยอรมัน’ กำลังระบาดหนักในขณะนี้

วันนี้(1 พ.ย.) กรมควบคุมโรค ออกเอกสารแจ้งเตือนคนไทย ที่จะเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้ให้ระวังการแพร่ระบาดของโรคหัดเยอรมัน ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งโดยการไอ จาม หรือใกล้ชิดกับคนติดเชื้อ ทำให้เกิดไข้และมีผื่น เป็นอันตรายอย่างมากกับหญิงตั้งครรภ์และเด็กในท้อง

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561 มีผู้ป่วยรายใหม่ที่เมืองโตเกียว 32 ราย, เมืองชิบะ 27 ราย, เมืองคะนะกะวะ 19 ราย, และเมืองไซตามะและไอชิ เมืองละ 11 ราย ทั้งนี้ในช้สง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 24 ต.ค. 2561 มีรายงานผู้ป่วยโรคหัดเยอรมันแล้ว 914 ราย ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 24 ต.ค. 2561 พบผู้ป่วยหัดเยอรมันในญี่ปุ่นแล้วจำนวน 1,289 คน โดยพบในภูมิภาคคันโตะ ประกอบด้วยเมืองโตเกียว, คะนะกะวะ, ชิบะ, และไซตามะ ส่วนในปี 2558 – 2560 มีผู้ป่วยโรคหัดเยอรมันในแต่ละปีเพียง 163, 126, และ 93 ราย ตามลำดับ

ขณะนี้ยังไม่มีมาตรการที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งโดยปกติแล้วหากมีผู้โดยสารติดเชื้อหัดเยอรมันไม่สามารถขึ้นเครื่องบินได้จนกว่าจะครบ 4 วันนับจากวันที่มีผื่นขึ้นครั้งแรก ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินนั้นๆ พร้อมทั้งมีใบรับรองแพทย์อนุญาตให้โดยสารด้วยเครื่องบิน

ส่วนวิธีป้องกันของนักเดินทางชาวไทย ให้ตรวจสอบตัวเองว่าเคยได้รับวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันครบ 2 เข็มหลังจากอายุ 1 ขวบหรือไม่ หากไม่มั่นใจแนะนำให้พบแพทย์ เพื่อปรึกษาและรับวัคซีนเพิ่มเติม โดยหญิงตั้งครรภ์ไม่สามารถรับวัคซีนได้เนื่องจากเป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง

ทั้งนี้ ยังแนะนำหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน (ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่เคยเป็นโรคมาก่อน) หลักเลี่ยงการเดินทาง หากไม่สามารถเลี่ยงได้ ให้ใช้มาตรการระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้น พยายามไม่เดินทางในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันเยอะๆ และอากาศไม่ถ่ายเท สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากที่พัก

สำหรับโรคหัดเยอรมัน

สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมัน โรคนี้มักไม่ร้ายแรงโดยผู้ป่วยครึ่งหนึ่งไม่รู้สึกตัวว่าป่วย ผื่นอาจเริ่มมีราวสองสัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อและอยู่นานสามวัน ปกติเริ่มบนหน้าแล้วแพร่ไปร่างกายที่เหลือ ผื่นของโรคหัดเยอรมันสีไม่สดเท่าผื่นของโรคหัดและบ้างคัน พบปุ่มน้ำเหลืองบวมได้ทั่วไปและอาจอยู่นานหลายสัปดาห์

อาการ จะมีไข้ไม่สูงนัก ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นพักๆ และมีผื่นแดงๆ เล็กๆ ขึ้นที่หน้า ลำตัว และแขนขา ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการของหวัดหรือไอ ผู้ป่วยจะมีอาการไม่ค่อยรุนแรง สามารถกินข้าว วิ่งเล่น เรียนหนังสือ หรือทำงานได้เช่นปกติ แต่ถ้าใช้นิ้วมือคลำบริเวณข้างคอ หลังคอ และท้ายทอย มักจะได้ก้อนตะปุ่มตะป่ำขนาดเท่าเมล็ดถั่วลิสง ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตจากโรคนี้ มักจะหายภาย 5-7 วัน

การรักษา ถ้าพบในเด็กหรือผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่ตั้งครรภ์ ให้การรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล ผู้ใหญ่ ครั้งละ 1-2 เม็ด ( 500 มิลลิกรัม )ทุก 4-6 ชั่วโมง ในเด็กให้ชนิดน้ำเชื่อม อายุต่ำกว่า 1 ปี 1/2 ช้อนชา อายุ 1-4 ปี 1 ช้อนชา อายุ 4-7 ปี ให้ 1 1/2 ช้อนชา ในรายที่มีอาการคันให้ยาทาแก้ผื่นคัน คาลาไมน์โลชั่น (Calamine lotion)ทาบริเวณที่คัน วันละ 2-3 ครั้ง

หากพบในหญิงตั้งครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกแนะนำผู้ป่วยให้ไปโรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือดพิสูจน์ถ้าเป็นจริง อาจพิจารณายุติการตั้งครรภ์