ปาหินรถไฟ รถไฟ รฟท.

รฟท. ขอ 15 วัน พิจารณาจ่ายเยียวยา เหยื่อปาหินรถไฟ เจ็บหนักเสี่ยงตัดนมทิ้ง

Home / ข่าวทั่วไป / รฟท. ขอ 15 วัน พิจารณาจ่ายเยียวยา เหยื่อปาหินรถไฟ เจ็บหนักเสี่ยงตัดนมทิ้ง

เหยื่อปาหินรถไฟ เจ็บหนัก เสี่ยงตัดนมทิ้ง ด้าน รฟท. ขอเวลา 15 วัน พิจารณาจ่ายค่ารักษาเยียวยาผู้บาดเจ็บ

จากกรณีที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Phenphat Nobnob ได้โพสต์ข้อความเมื่อเช้าวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านว่า โดยระบุว่า “#คุณคิดว่านั่งรถไฟไทยจะปลอดภัยแล้วเหรอ? เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2561 พ่อกับแม่ได้เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อจะมารับน้องสาวกลับบ้าน โดยระหว่างนั่งรถไฟมาช่วงเวลา 01.00 น. ก่อนถึงสถานีทับสะแก มีคนปาลูกหินเข้ามา ในขณะที่รถกำลังวิ่ง ถูกบริเวณหน้าอกแม่ผมอย่างแรง พ่อผมกับคนนั่งข้างเลยเดินไปตามเจ้าหน้าที่บนรถไฟให้มาปฐมพยาบาล แต่ก็ไม่มีใครอยู่สักคน จนมาถึงสถานีประจวบฯ พ่อก็ลงจากรถเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากสถานีอีกครั้ง แต่ก็ยังเพิกเฉย

เวลาต่อมามี 2 คน พี่น้อง 2 สาว ลงสถานีหัวหิน พี่เขาก็ขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ให้อีกครั้ง แต่ก็ยังเพิกเฉย ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนเข้ามาดูแลหรือปฐมพยาบาล จนมาถึงสถานีบางซื่อ จุดที่พ่อกับแม่ลง โดยมีเจ้าหน้าที่มาสอบถามอาการนิดหน่อย แล้วก็บอกให้ไปแจ้งความดำเนินคดีเอาเอง และก็ขอเบอร์โทรพ่อกับแม่ไว้

ตั้งแต่เช้าของวันที่ 28 จนถึงเย็นก็ไม่เห็นมีใครโทรมาถามหรือขอโทษ จนถึงตอนนี้เราเลยโทรไปสอบถามการรับผิดชอบ ได้คำตอบกลับมาว่าเป็นวันพรุ่งนี้ #ตอนนี้แม่ไปหาหมอกลับมาแล้วให้รอติดตามอาการ เพราะกลัวจะเป็นหนอง และกลัวเลือดเกาะตัวเป็นก้อน #โพสต์นี้ไม่ได้มีจุดประสงค์จะทำให้การรถไฟเสียชื่อเสียง แค่จะฝากให้เป็นอุทาหรณ์ #เผื่อพ่อแม่พี่น้องพาลูกเล็กเด็กแดงขึ้นรถโปรดระมัดระวังกันด้วยนะครับ”

ด้านนางรัตนา ประหารภาพ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจที่เมื่อได้รับบาดเจ็บจากถูกปาหินก่อนถึงสถานีรถไฟทับสะแก ประมาณ 5-10 นาที รู้สึกแน่นที่หน้าอก เป็นรอยช้ำ ประกอบกับตนเป็นโรคหัวใจ แต่เมื่อสามีไปติเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ครั้ง คือที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ และสถานีหัวหิน กลับไม่มีเจ้าหน้าที่สนใจ เหมือนกับว่าชีวิตคนจนไม่มีความหมาย และไม่อยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก หากโดนเด็กเล็กอาจเสียชีวิตได้ ทั้งๆ ที่บนขบวนก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เจ้าหน้าที่รถไฟตรวจตราตลอด แต่พอเกิดเรื่องไม่สามารถขอความช่วยเหลือใครได้

นายธีรศํกดิ์ ฑีฆายุวัฒนา กำนันตำบลนาหูกลาง กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการที่เกิดเขึ้น เนื่องจากก่อนหน้าที่ในอำเภอทับสะแก ซึ่งเป็นพื้นที่สงบ ไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ทำให้คนทับสะแกเสียชื่อเสียง คาดว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นวัยคึกคะนอง

ทั้งนี้ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะรู้กลุ่มที่ก่อเหตุแล้ว เนื่องจากมีกลุ่มก่อกวนไม่มากนัก ทางผู้ช่วยนายสถานีรถไฟทับสะแก และผู้ช่วยสารวัตรนายตรวจแขวงชุมพร ได้นำกระเช้าแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจ ซึ่งผู้ที่เข้าเวรประจำวันในขบวนรถไฟคันเกิดเหตุ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบและจะมีการสอบสวนความรับผิดชอบ หากมีความผิดก็ต้องดำเนินขั้นตอนทางวินัยต่อไป

ล่าสุดวันนี้(2 พ.ย.) นายเพ็ญเพชร นบนอบ อายุ 21 ปี บุตรชายของนางรัตนา เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้พามารดาเข้าพบเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่สถานีหัวลำโพง เพื่อเจรจาเรียกร้องค่าเสียหาย โดยขอให้ รฟท.เยียวยาค่ารักษา 1.2 แสนบาท เนื่องจากมารดามีโรคประจำตัว และที่ผ่านมาก็มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งแพทย์นัดตรวจบาดแผลที่หน้าอกวันที่ 7 พ.ย.นี้ เพื่อวินิจฉัยว่าจะต้องตัดหน้าอกด้านขวาทิ้งหรือไม่ หลังเกิดเหตุ รฟท.ยังไม่ได้ให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด ส่วนค่าเสียหายที่ร้องไปนั้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะให้คำตอบภายใน 15 วัน ต้องรอผลสรุปจากการประชุม