ข่าวสดวันนี้ พระถ่ายรูปคู่สีกา

อดีตพระโร่ร้อง ปอท. จี้เอาผิดคนแชร์ภาพ ถือปืนตอนบวช ชี้แค่ถ่ายเล่น

Home / ข่าวทั่วไป / อดีตพระโร่ร้อง ปอท. จี้เอาผิดคนแชร์ภาพ ถือปืนตอนบวช ชี้แค่ถ่ายเล่น

อดีตพระในรูปที่ถือปืนโชว์ว่อนโซเชียล เข้าแจ้งความ ปอท.ดำเนินคดีกับคนเผยแพร่ โอดแค่ถ่ายรูปกันเล่นๆ ส่งไลน์กลุ่มเพื่อน แต่กลับโดนคนไม่หวังดีเอาออกไปแชร์ต่อ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่ บก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) นายกำธร มงคลรัตนชาติ  หรือ โกเต็ก อายุ 54 ปี พร้อม นางสุจิตรา มงคลรัตนชาติ อายุ 56 ปี ภรรยา  บ้านเลขที่ 137/9 ม.6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎรธานี

อาชีพประกอบธุรกิจบังกะโล ซี การ์เด้นท์ รีสอร์ท เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ณัฐไชยเฉลิม วงศ์ใหญ่ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งว่า ตนเป็นบุคคลในภาพที่เป็นพระภิกษุสงฆ์กำลังถือปืนลูกซองยาว อาวุธปืนลูกโม่ และดาบ ที่ส่งต่อกันในโลกโซเชียลขณะนี้ ซึ่งเป็นการแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมกับสมณเพศ 

โดยเบื้องต้นตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลรายหนึ่งของ จ.อ่างทอง เป็นผู้นำภาพดังกล่าวมาเขียนรายงานข่าว “ออกพรรษาก็ฉาวเลย”  “พระสายบู๊ โชว์กร่างถือปืน ขนาบสีกา”ก่อนจะมีสื่อออนไลน์อื่นๆ นำไปเสนอต่อ และแชร์ต่อออกไปในโซเชียล

นายกำธร ระบุว่า ตนมีปัญหาด้านสุขภาพเส้นเลือดหัวใจตีบ เมื่อรักษาผ่าตัดทำบอลลูนเมื่อรักษาแล้วเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จึงตั้งใจบวชพระอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร  โดยไปบวชพระที่ประเทศพม่า จากนั้นจึงขออนุญาตพระอาจารย์เจ้าอาวาสกลับมาประเทศไทย ซึ่งช่วงที่บวชอยู่ระหว่างพรรษาพอดี จึงคิดว่าจะบวชให้ได้พรรษา  สอบถามพระอาจารย์ว่าครบกำหนดจะสึกที่ประเทศไทยได้  จึงเดินทางกลับมาจำวัดโพธิ์ ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

นายกำธร เล่าต่อ พอวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา แพทย์ รพ.รามาธิบดี นัดให้มาตรวจสุขภาพดูผลที่ผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ พบว่าเป็นปกติดี  ตนในสมณเพศมาถึง กทม.แล้วอยากจะแวะไปหาเพื่อนๆ สมัยเรียนมัธยมศึกษา ที่ จ.อ่างทอง จึงเหมาแท็กซี่ให้ไปส่ง

พอรถขับผ่านร้านอาหารที่เคยรับประทานกับเพื่อนๆ จำได้เลยให้แท็กซี่จอดส่งลงที่ร้าน  ก่อนจะถ่ายรูปชูนิ้ว ส่งเข้าไปในไลน์กลุ่มชื่อ “เพื่อนรักตันติ”

 

จะมีเพื่อนนักเรียนสมัยเรียน ม.ศ.3 โรงเรียน”ตันติวิทยาภูมิ” เป็นสมาชิกในกลุ่มนี้  แจ้งว่าตนซึ่งเป็นพระสงฆ์ในเวลานั้นเดินทางมาถึง อ.วิเศษไชยชาญ อ่างทองแล้วนะ ขอให้เพื่อนมารับด้วย

เพื่อนสนิทชื่อชูศักดิ์ ทรัพย์สุวรรณ ได้รับรถยนต์มารับตนไปบ้าน เมื่อถึงบ้านก็นิมนต์เข้าบ้าน ไปนั่งพักก่อน พอดีก่อนที่เขาจะออกไปรับตนกำลังเอาปืนลูกซองยาว ปืนสั้น ออกมาทำความสะอาดใส่ซองผ้าไว้แล้วแต่ไม่ทันเก็บเข้าตู้

ตนเห็นเข้าจึงร้องถามว่าปืนอะไร  เขาก็เอาส่งมาให้ดู ตอนนั้นมีเพื่อนๆ นักเรียนสมัย ม.ศ.3 ทยอยมากัน  มีเพื่อนผู้หญิงชื่อรัตน์ใจซึ่งเป็นญาติแซ่เดียวกันด้วยกับตนที่ใช้ก่อนเปลี่ยนนามสกุล  มากับสามีชื่อสำราญมากราบตนที่มีบุญได้บวชพระ สำราญสามีรัตน์ใจ จึงใช้มือถือถ่ายรูปตนถือปืนดังกล่าว  และรูปรัตน์ใจกราบตน

ก่อนที่รัตน์ใจจะเอารูปดังกล่าวไปโพสต์เข้าในไลน์กลุ่มเพื่อนๆ ชื่อ”เพื่อนรัก’ตันติ’ “ให้เพื่อนๆ นักเรียนดูขำๆ ดูสนุกสนานกัน ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นเป็นเรื่องในโลกโซเชียลแบบนี้เลย

นายกำธร เผยว่าตนเคยเป็นนักเรียน ม.ศ.3 ก่อนบวชมีปัญหาขัดแย้งกันเพื่อนอดีตนักเรียนในไลน์กลุ่มดังกล่าว ได้ประกาศว่าจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นประจำปีนี้  ทำให้คนอื่นๆ ไม่ไปร่วมงานเลี้ยงด้วย จนงานรุ่นประจำปีของ ม.ศ.3 รุ่นสุดท้ายล่ม  ตนคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุให้เพื่อนบางคนโกรธแค้นตน จึงเอารู้ตนถือปืนในขณะเป็นพระสงฆ์ไปโพสต์นอกกลุ่ม จนภาพนี้แพร่กระจายไปถึงมือนักข่าวท้องถิ่นของ จว. อ่างทอง  

นายกำธร เผยด้วยว่า นอกจากภาพที่ตนตอนเป็นพระถือปืนแล้ว ยังมีภาพของไวน์พร้อมแก้วไวน์  มีการนำภาพนี้มาประกอบในข่าวด้วย  ซึ่งตนทราบภายหลังจากเพื่อนที่ส่วข้อมูลมาให้ว่าภาพนี้ถ่ายที่ จว.ชลบุรี  เจ้าของภาพเป็นตำรวจที่ ภ.จว.ชลบุรี  ยินดีมาเป็นพยานให้ตน

เมื่อเกิดเหตุการแชร์ข้อมูลผิดๆ ออกไปเพื่อนที่รู้จักหลายคนแจ้งมาว่ามีรูปตนในสมณเพศไปออกสื่อ ว่าเป็นพระสายบู๊ถือปืน ขนาบข้างด้วยสีกา แถมมีขวดไวน์แก้วไวน์ด้วย 

ทำให้ตนเสียหายและเกรงว่าพระพุทธศาสนาจะมัวหมอง  จึงตัดสินใจลาสิขาบทเมื่อวันที่ 26 ต.ค. จากนั้นวันรุ่งขึ้นได้ไปแจ้งความต่อ ร.ต.อ.กฤษฎา ทองสกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.พะงัน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี แสดงตัวเพื่อความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นบุคคลในภาพในข่าวที่ไม่เป็นความจริง 

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. กล่าวเบื้องต้นพบว่าผู้เสียหายแจ้งความ สภ.ท้องที่เกิดเหตุมาแล้ว  ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ประมุข ภิรมย์เจียว รอง สว.กก.3 บก.ปอท. รับผิดชอบงานสืบสวน มาช่วยตรวจสอบการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของข่าวนี้ เบื้องต้นพบว่ามีบุคคลใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ”สุรชัย พลจันทร์” เป็นคนโพสต์ เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ซึ่งการกระทำผิดดังกล่าวเป็นความผิดกฎหมายอาญาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

จากนั้นให้พนักงานสอบสวนรับแจ้งความแล้วจะได้ประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.พะงัน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี รับไปดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทต่อไป

นายกำธร ฝากเตือนสำนักข่าวต่างๆ ที่แชร์ข้อมูลข่าวอันเป็นเท็จของเขาว่า อย่าแชร์กันต่อไป เพราะนอกจากตัวเขาเองจะเสียหายแล้ว วงการพระพุทธศาสนาก็พลอยมัวหมองไปด้วย  ฝากกราบขอขมาในสิ่งที่ผิดพลาด ไปถือปืนให้เพื่อนถ่ายรูปซึ่งไม่เหมาะสมในสมณเพศพระภิกษุสงฆ์  แต่คนที่เข้าใจผิดเมื่อทราบข้อเท็จจริงจากข่าวนี้แล้วขอร้องให้แก้ไขด้วย หากใครยังแชร์ต่อก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด