คลิปครูบาบุญชุ่ม เตรียมละสังขาร ก่อนลูกศิษย์บอกแค่ให้เตรียมการ

Home / ข่าวทั่วไป / คลิปครูบาบุญชุ่ม เตรียมละสังขาร ก่อนลูกศิษย์บอกแค่ให้เตรียมการ

ลูกศิษย์ ยัน ครูบาบุญชม ไม่ได้ประกาศละสังขาร แค่บอกแนวทางปฏิบัติหลังมรณภาพ หลังปรากฏคลิปขอตายแบบพระทิเบต และสั่งให้เตรียมการหลังละสังขาร

ความคืบหน้าจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Sutiroj Tithapanachotiwattana ได้มีการเผยแพร่คลิปขณะ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร พระภิกษุฝ่ายอรัญวาสีชาวไทย ที่ได้กล่าวภายหลังเทศธรรมะแล้วเสร็จ ทำนองว่า จะขอตายแบบพระทิเบต และให้เตรียมการหลังท่านละสังขารมรณภาพ จนทำให้ลูกศิษย์จำนวนมากต่างคิดไปในทางเดียวกันว่า ครูบาบุญชุ่ม ประกาศเตรียมละสังขาร

เพราะทำที่ท่านได้สั่งไว้ ระบุว่า ให้เก็บไว้ 5 วัน แล้วเอาไปไว้ที่เมืองพง ห้ามเผา โดยให้เอาใส่โกฏิทำจากหินพม่า (หินขาวมัณฑะเลย์) ห้ามให้พ้นเวลา 9 โมงกลางคืน แล้วให้เอาน้ำผึ้งป่าใส่ทางปาก ระหว่าง 3 วันไม่ต้องปิดฝาโกฏิ ให้เอาน้ำมันผักกาดทาทั่วร่างกาย เมื่อครบ 3 วันก็ให้ปิดฝาโกฏิ ให้เก็บศพท่านที่วิหารภูฏาน 5 วัน เมื่อครบ 5 แล้วให้นำไว้ใกล้เจดีย์แม่แสงหล้า ท่านบอกว่า แม่อยู่ไหนท่านก็จะอยู่ตรงนั้น  โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายกีฏะ อนุราธ หรือโซ้ยตี้ ลูกศิษย์คนสนิทของครูบาบุญชุ่ม เปิดเผยว่า ท่านไม่ได้จะประกาศละสังขาร แต่ท่านบอกแนวทางปฏิบัติหลังละสังขาร ลูกศิษย์จะได้ไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะสุดท้ายไม่มีใครหนีพ้นความตายได้

สำหรับ  พระครูบาบุญชุ่ม  เป็นพระภิกษุ ที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทยในแถบภาคเหนือ ประเทศลาว ประเทศพม่า รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน เกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 ม.ค. 2508 เวลา 09.00 น. ที่หมู่บ้านแม่คำหนองบัว ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของ พ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง โดยก่อนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ได้ฝันว่า ได้ขึ้นภูเขาไปไหว้พระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่เหลืองอร่าม แล้วสะดุ้งตื่น

เมื่อช่วงวัยเด็ก เคยป่วยด้วยพิษไข้มาลาเรีย เกือบเอาชีวิตไม่รอด คุณแม่แสงหล้าจึงนำไปฝากไว้กับญาติผู้ใหญ่ คือแม่คำ พ่อคำหล้า

การดำเนินชีวิตของท่านได้รับความลำบากทุกข์ยากต่างๆ แต่กลับทำให้พระครูบาเจ้าฯ มีความเข้มแข็ง อดทน เป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ดังในช่วงที่ท่านอยู่กับลุงน้อยจันตา มีลูกเลี้ยงของลุงเป็นคนเชื้อสายเขมร รังแก บังคับ ตีต่อย ให้ทำงานหนัก แต่ท่านก็ไม่ถือสาหาความ เพราะท่านผ่านความทุกข์ใหญ่หลวงมามากแล้ว เรื่องแค่นี้ท่านมีความเข้มแข็ง ผ่านพ้นไปได้

และมีอยู่วันหนึ่ง หลังจากหยุดพักจากงานและนั่งพักผ่อน ท่านมีนิสัยที่ชอบชุ่มชื่นรื่นเริงจึงขับร้องเล่นซอเมืองเหนืออย่างสบาย อารมณ์ คนงานในบ้านก็โกรธท่าน หาว่าเกียจคร้าน เอาก้อนดินใหญ่มาขว้างปาใส่หัวจนเจ็บและมึนงงไปหมด เกือบสลบ แต่ท่านก็ไม่บอกเรื่องที่ถูกคนใช้ทำร้ายให้กับคุณลุง คุณป้า เพราะกลัวคนทำจะเดือดร้อนถูกไล่ออก

เมื่อปี 2517 ได้เข้ามาเป็นเด็กวัด ที่วัดบ้านด้าย จนปี 2519 ท่านได้บวชเรียนตามปณิธานที่ตั้งไว้ตั้งแต่เยาว์วัย โดยได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดศรีบุญยืน ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง อำเภอแม่จัน เจ้าคณะอำเภอเชียงแสนเป็นพระอุปัชฌาย์

จนต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี 2529 และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ มากมาย จนเกิดเป็นแรงแห่งศรัทธาและนับถือของพุทธศาสนิกชนที่ได้พบเห็นจนถึงทุกวันนี้