ข่มขืน ข่าวตำรวจ ข่าวสดวันนี้

ตำรวจชี้แจง ปมพ่อโพสต์ไม่ได้รับความเป็นธรรม ลูกสาวถูกแก๊งโจ๋รุมโทรม-ข่มขืน

Home / ข่าวทั่วไป / ตำรวจชี้แจง ปมพ่อโพสต์ไม่ได้รับความเป็นธรรม ลูกสาวถูกแก๊งโจ๋รุมโทรม-ข่มขืน

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยันดำเนินตามกรอบของกฎหมาย คดีแก๊งโจ๋ฉุดสาววัย 12 ปีไปข่มขืน ก่อนพ่อผู้เสียหายจะโพสต์หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันนี้ (17 ธ.ค. 2561) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่บิดาของเด็กหญิงที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมข่มขืนร้องเรียนว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า (อ่านข่าว : นาทีพ่อผู้เสียหาย เข้าสั่งสอนแก๊งโจ๋ 5 ราย ก่อเหตุฉุดลูกสาวไปรุมโทรม)

จากประเด็นที่ผู้เสียหายมาร้องเรียนเกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีบุตรสาวถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมข่มขืนขอชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลาประมาณ 02.00 น. นางสาวศุภลักษณ์ สืบไว ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี พยาน,ผู้เสียหาย มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ โดยผู้เสียหายได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนจำนวน 5 คน มีอายุระหว่าง 15-16 ปี

พนักงานสอบสวนได้ซักถามปากคำผู้เสียหายเบื้องต้นได้ความว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 02.30 น. ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความปกครองของนางสาวศุภลักษณ์ฯ ถูกผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญพาเข้าไปภายในร้านที่เกิดเหตุ อยู่ตรงข้ามอาชีวศึกษาสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี ได้ร่วมกันกระทำชำเราผู้เสียหาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2561 นางสาวศุภลักษณ์ฯ ได้ทราบเรื่องจากบุตรสาว จึงได้นัดตกลงค่าเสียหายกับผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ โดยในระหว่างการเจรจาตกลง ได้มีนายอาคม ซึ่งเป็นบิดาของผู้เสียหาย ได้เดินทางมาถึงที่ดังกล่าวที่เข้าทำร้ายร่างกายผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน

จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุทะเลาะวิวาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาผู้ก่อเหตุมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี และได้ส่งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ไปตรวจร่างกายที่รพ.สระบุรี โดยไม่ได้มีการจับกุมหรือควบคุมตัวไว้เนื่องจากไม่ใช่ความผิดที่เกิดซึ่งหน้า พนักงานสอบสวนจะได้เยาวชนทุกคนร่วมกับสหวิชาชีพ และจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายพนักงานสอบสวน ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุ สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง และรวมรวมพยานหลักฐานต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสและข้อมูลจะได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในคดีทำร้ายร่างกายอีกหนึ่งคดี

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน จึงต้องสอบสวนปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ และรอผลการชันสูตรจากแพทย์เพื่อมาประกอบคดี สำหรับผู้ก่อเหตุข่มขืนทั้ง 5 คน ทราบชื่อและทำประวัติไว้แล้ว เมื่อมีหลักฐานเพียงพอจะได้เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกาย ผู้ก่อเหตุจะถูกดำเนินคดีควบคู่กันไป ตามพยานหลักฐานและกฎหมาย ในส่วนประเด็นที่บิดาของผู้เสียหายเกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจาไกล่เกลี่ย ทำนองไม่ให้รับคดีขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตามกรอบของกฎหมาย และอำนาจหน้าที่แล้ว ไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว คดีนี้ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญ เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงกระทำทางเพศกับเด็ก โดยได้เน้นย้ำให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวน ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการวิ่งเต้นช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดให้ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

ให้ดำเนินการตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว และให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม