ข่าวข่มขืน ข่าวจังหวัดสระบุรี ข่าวตำรวจ ข่าวสดวันนี้

คุมเข้าสถานพินิจแล้ว 4 รายแก๊งโจ๋ รุมโทรมเด็กสาวที่สระบุรี

Home / ข่าวทั่วไป / คุมเข้าสถานพินิจแล้ว 4 รายแก๊งโจ๋ รุมโทรมเด็กสาวที่สระบุรี

ตำรวจเผยความคืบหน้าคดี 5 แก๊งโจ๋รุมโทรมข่มขืน ด.ญ.วัย 12 ปีที่สระบุรี เบื้องต้นได้สอบสวนผู้เสียหายแล้ว พร้อมส่งตัวผู้ก่อเหตุ 4 รายฝากขังยังสถานพินิจ ขณะที่อีก 1 คน อยู่ระหว่างรอสอบปากคำ

วันนี้ (20 ธ.ค. 2561) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นข่มขืนเด็ก โดยเหตุเกิดที่ร้านขายของ 10 บาทแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรี ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้ร่วมกับสหวิชาชีพทำการสอบสวนปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว

ส่วนของผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ พนักงานสอบสวนได้นำตัวเยาวชนไป ยื่นคำร้องต่อศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดสระบุรี เพื่อพิจารณามีคำสั่งให้ทำการควบคุมตัวไว้ในสถานพินิจ หรือสถานที่อื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือตามที่ศาลเห็นสมควร ไว้ระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีแล้ว

จากนั้นพนักงานสอบสวนจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรอผลการชันสูตรร่องรอยการข่มขืนจากแพทย์มาประกอบสำนวนการสอบสวน และร่วมกับสหวิชาชีพในการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ก่อเหตุตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายพนักงานสอบสวนได้สอบสวนปากคำผู้กล่าวหาและพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วบางส่วนขณะนี้รอผลชันสูตรบาดแผลจากแพทย์ และจะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป

ซึ่ง รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ และตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด พนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งคดีข่มขืนและคดีทำร้ายร่างกาย คู่ขนานกันไป ตามพยานพยานหลักฐาน ไม่มีการช่วยเหลือผู้หนึ่งผู้ใด จะดำเนินคดีด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะเดียวกันทางด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภาค1 หัวหน้าชุดที่ได้รับมอบหมาย ทำคดีแทนตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เพื่อคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า

หลังสอบปากคำเยาวชน และรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ได้นำตัวเยาวชน 4 คน ส่งสถานพินิจ ส่วนอีกหนึ่งเรียกมาสอบปากคำ ซึ่งล่าสุดยังไม่เดินทางมา และย้ำว่า การจับตัวหรือคุมตัว ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ตัองมีกระบวนการไต่สวน จับตัวซึ่งหน้าไม่ได้ เพราะศาลให้การคุ้มครอง