ปอท. ผู้ประกาศข่าว อนาจาร

กลุ่มผู้ประกาศข่าวหญิงช่องดัง โร่แจ้งความเพิ่ม มือดีโพสต์ภาพ-ข้อความอนาจารทำเสียชื่อเสียง

Home / ข่าวทั่วไป / กลุ่มผู้ประกาศข่าวหญิงช่องดัง โร่แจ้งความเพิ่ม มือดีโพสต์ภาพ-ข้อความอนาจารทำเสียชื่อเสียง

ผู้ประกาศข่าวสาวแห่เข้าแจ้งความกับตำรวจ ปอท. เพิ่ม เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อโซเชียลทวิตเตอร์ โพสต์ภาพประกอบข้อความลามกอนาจาร ทำให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่ บก.ปอท. บรรดาผู้ประกาศข่าวสาว สถานีโทรทัศน์ต่างๆ ประกอบด้วย ปริม น.ส.กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เอชดี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ จี.เอ็ม.เอ็ม.แกรมมี่ เก้า น.ส.ทองเนื้อเก้า คำพิมพ์ ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวี. ออม น.ส.ภิญญดา ธิติกุลมาศ ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวี.

นุ่มนิ่ม น.ส.ตรีชฎา โชคธนาเสริมสกุล ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวี. มะ น.ส.นันทรัตน์ อรรถยากร ผู้ประกาศสมาร์ท เอสเอ็มอี. และ ปาล์ม น.ส.กุลญา กระจ่างกุล ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวี. เดินทางพร้อมทนายเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 โฆษก บก.ปอท. ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. นำหลักฐานการโพสต์ข้อความเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อโซเชียล “ทวิตเตอร์” รายหนึ่ง ที่สร้างบัญชีผู้ใช้งานโพสต์ภาพของผู้เสียหายประกอบข้อความที่มีเนื้อหาสื่อไปในทางลามกอนาจาร

เก้า ทองเนื้อเก้า หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า มีเพื่อนส่งภาพการโพสต์ข้อความดังกล่าวมาให้ซึ่งมีลักษณะใช้ภาพที่ไม่มีการตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่ส่อไปในเชิงลามกอนาจาร ซึ่งตนได้พยายามเข้าไปตรวจสอบในหน้าเพจของผู้โพสต์ข้อความ แต่ปรากฎว่าถูกบล็อคชื่อไว้ นอกจากนี้ยังทราบว่ามีเพื่อนในช่องเดียวกันที่ถูกสืบค้นข้อมูลส่วนตัวนำไปโพสต์ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ชัดเจน

ขณะที่ ปริม กุญชนิตา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เปิดเผยว่า ตนเองเปลี่ยนอาชีพไปเป็นทนายความได้ 7 เดือนแล้ว แต่ปรากฎว่าผู้ที่โพสต์มีการติดตามนำข้อมูลปัจจุบันไปโพสต์ ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกาศข่าวอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ก่อเหตุ พบว่ายังมีการกระทำผิดรูปแบบอื่น เช่น มีการตัดต่อภาพผู้ประกาศข่าวเพื่อทำให้เข้าใจผิด และยังมีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปวีดีโอลามกอนาจารด้วย ซึ่งจะขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหากเป็นการนำภาพที่ไม่ได้ตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่มีเนื้อหาเชิงลามกอนาจาร จะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ส่วนกรณีของการนำภาพตัดต่อไปโพสต์จะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอัตราโทษสูงสุดในคดีนี้ คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ส่วนกรณีที่พบว่ามีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปลามกอนาจารนั้น ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่าตั้งแต่ที่มี น.ส.อร์วลัญช์ นันทะปัตตแวว หรือ วีเจ.แองจี้ ผู้ประกาศข่าวสาวของสถานีโทรทัศน์ ไบรท์ ทีวี ช่อง 20 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วเมื่อวานนี้ ก็ได้ให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานไว้ส่วนหนึ่งแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามเบาะแสผู้โพสต์ข้อความ เพื่อตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย