รวมกฎหมายที่มีความเปลี่ยนแปลงในปี 2561

Home / ข่าวทั่วไป, คลิป / รวมกฎหมายที่มีความเปลี่ยนแปลงในปี 2561

ในปี 2561 ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งหลายๆร่างพระราชบัญญัติได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เตรียมจะมีผลบังคับใช้ปี 2563 แล้ว

ความหวังของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในประเทศไทย เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต ตามที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินการการรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนทั้งการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและผ่านช่องทางเว็บไซต์ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในขั้นตอนสุดท้าย

สาระสำคัญหลักของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ ทั้งสองฝ่ายต้องเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด บรรลุนิติภาวะ และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นสัญชาติไทย เมื่อจดทะเบียนคู่ชีวิตแล้ว ทุกคนมีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน ทั้งในการอุปการะเลี้ยงดู และการจัดการทรัพย์สินมรดกจนถึงการสิ้นสุดการเป็นคู่ชีวิตตามกฎหมาย ซึ่งแม้จะเป็นการให้สิทธิในการชีวิตร่วมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่รายละเอียดยังคงไม่ครอบคลุมเรื่องบุตรบุญธรรมและสวัสดิการอื่นๆ จึงยังไม่เทียบเท่าการเป็นคู่สมรส โดยหลังจากนี้ทางคณะรับมนตรีจะส่งร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ซึ่งนับว่าไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีกฎหมายนี้

ขณะที่อีกหนึ่งกฎหมายที่ได้รับความสนใจในปีนี้ คงหนีไม่พ้นร่าง “พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ” หรือที่เรียกว่า “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา” หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ปลดล็อกใช้กัญชาและกระท่อมทางการแพทย์ และทดลองเป็นเวลา 5 ปี โดยให้อยู่ในความควบคุมดูแลของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

สอดคล้องกับมุมมองของ “วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ”  ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ที่เปิดเผยว่า ในต่างประเทศมีการนำมาใช้ทั้งการรักษาและสันทนาการ ซึ่งประเทศไทยเป็นต้นกำเนิดของพืชกัญชา รัฐบาลควรปลดล็อคในด้านส่งเสริมการปลูกเพื่อให้เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศด้วย

ล่าสุด สนช. ผ่านร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษแล้วเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา อนุญาตให้ใช้กัญชา กระท่อม สำหรับทางการแพทย์ โดยการผลิต นำเข้า ส่งออก ครอบครอง และจำหน่าย ทางการแพทย์ ต้องเป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด และความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ

ปิดท้ายที่ ความคืบหน้าของ “ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ที่มีสาระสำคัญ คือการยกเลิกพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 โดยใช้ฐานภาษีทรัพย์สินในรูปราคาที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ที่กรมธนารักษ์เป็นผู้ประเมินแทนฐานภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 

ประเภท 1.ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม 

ประเภทที่ 2 ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย 

ประเภทที่ 3 ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม 

ประเภทที่ 4 ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป