กรมสุขภาพจิต ข่าวสดวันนี้ ฆ่าตัวตาย

สลด! นักศึกษาโดดตึกในมหาวิทยาลัยเสียชีวิต พบเป็นรายที่ 5 ในระยะเพียงแค่ 6 วัน

Home / ข่าวทั่วไป / สลด! นักศึกษาโดดตึกในมหาวิทยาลัยเสียชีวิต พบเป็นรายที่ 5 ในระยะเพียงแค่ 6 วัน

สลด!  นักศึกษาโดดตึกฆ่าตัวตายอีกแล้ว ล่าสุดเกิดขึ้นที่ ม.เกษรศาสตร์ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือป้องกัน เหตุเข้าขั้นวิกฤติแล้ว

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @tanpedss ได้มีการโพสต์ข้อความแจ้งว่า ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เกิดเหตุมีนักศึกษาโดดตึกฆ่าตัวตายขึ้นในมหาวิทยาลัย  ที่บริเวณหน้าตึกอาคารเรียนรวม 4 โดยมีข้อความระบุว่า

เมื่อกี้นั่งวินมา ศร.3 ลุงวินบอกว่าเมื่อตอนเช้ามืดมีเด็กโดดตึกศร.4 เป็นนิสิต ญ. ลุงบอกขี่รถผ่านแล้วเห็นกู้ภัย ตร.มาเต็มเลย แล้วเห็นศพคุมผ้าอยู่หน้าศร.4 ทำไมข่าวแบบนี้มันค่อยๆ มีมาหลายม. แล้วนะ จะทยอยเป็นแบบนี้ทีละ ม.ช่วงสอบไม่ได้นะเว้ย สะเทือนใจมาก

ก่อนที่เวลาต่อมา จะมีรายงานข่าวแจ้งว่า พบนักศึกษากระโดดตึกเสียชีวิตจริง โดยคาดเครียดปัญหาส่วนตัวที่หาทางออกไม่ได้ เนื่องจากพบข้อความในโทรศัพท์มือถือของผู้ตายระบุว่า  “ขอโทษนะจ๊ะหนูไม่ไหวแล้วจริงๆ หนูเหนื่อยมากๆ อโหสิกรรมให้หนูด้วยนะ __รักป๊าม๊ายยเดียที่สุดในโลก หนูมีความสุขมากๆ เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน

ไม่ต้องโทษตัวเองนะ ไม่มีใครผิด หนูรู้ว่าทุกคนรักหนู แต่หนูผิดที่ไม่เข้มแข็งพอ ไม่ต้องห่วงหนูแล้วนะ แล้วก็ให้อภัยหนูด้วย รักที่สุด… โดยข้อความท้ายสุดมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อพ่อและแม่ ซึ่งข้อความทั้งหมดเขียนไว้ช่วงเวลา 19.07 น.วันที่ 5 มี.ค.

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นนับเป็นรายที่ 5 แล้วที่นักศึกษาได้คิดสั้นกระโดดตึกฆ่าตัวตายในระยะเวลาเพียง 6 วัน นับตั้งแต่นักเรียนที่สอบ GAT PAT โดดตึกเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ก.พ. และเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุนิสิตสาวจุฬาฯ กระโดดตึกคณะ 12 ชั้น ดับสยองในมหาวิทยาลัย  โดยจากการตรวจสอบพบมีบัตรการรักษาของโรงพยาบาล และรับการรักษาอาการโรคซึมเศร้าอยู่ด้วย

และในวันเดียวกัน ได้เกิดเหตุนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เครียดจัดเรื่องการเรียน ปัญหาชีวิต เขียนจดหมายสั่งเสีย ระบายความในใจ อยู่คนเดียว ไม่มีใครแล้ว หากใครพบศพขอให้มอบบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ ก็ตัดสินใจโดดตึก 8 ชั้น หวังให้ตายแต่กลับพบว่ารอดมาได้หวุดหวิด แต่อาการบาดเจ็บก็สาหัสอยู่

จากนั้นไม่กี่วันต่อมาคือ วันที่ 4 มี.ค. ได้เกิดเหตุนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นโดดตึกฆ่าตัวตายเช่นกัน ทราบต่อมาคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กระโดดจากชั้น 9 ตึกรัตนพิทยา  ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งปัจจุบันยังต้องกินยารักษา คาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุเช่นกัน

อย่างไรก็ดีเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบเป็นการด่วน เพราะเรื่องการคิดสั้นฆ่าตัวตายของนักศึกษาในปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤติแล้ว โดยเฉพาะ ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์  ได้มีการแสดงความเห็นไว้ได้น่าสนใจว่า

มหาวิทยาลัยควรใส่ใจเรื่องสุขภาพจิตของนักศึกษาได้แล้ว ควรมีการพูดถึงวิธีแก้ปัญหา แบบไม่ต้องถึงขั้นจิตแพทย์ก็ได้ แต่ให้มีนักจิตวิทยา นักบำบัดจิต ประจำแต่ละคณะได้แล้ว เพราะนักศึกษาโดดตึกกันเป็นว่าเล่นแบบนี้คือถือไม่โอเคแล้ว

สำหรับการป้องกัน การฆ่าตัวตายนั้น ทางกรมสุขภาพจิต ได้มีข้อแนะนำ 3 ข้อ ช่วยป้องกันและลดปัญหาการฆ่าตัวตาย ด้วยการใช้หลัก 3 ส. ได้แก่ สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง

โดย สอดส่อง มองหา (Look) มองส่องตนเองและคนใกล้ชิด ค้นหาสัญญาณเตือนของการฆ่าตัวตาย เช่น เวลาพูด มีน้ำเสียงวิตกกังวล สีหน้าเศร้าหมอง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พูดเปรยๆ ว่า อยากตาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีปัญหาโรคซึมเศร้าอยู่เดิม ประสบปัญหาชีวิต ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง

ใส่ใจ รับฟัง (Listen) อย่างตั้งใจ การรับฟัง พูดคุยเป็นเพื่อน แม้กระทั่ง การกล่าวคำว่า ขอบคุณ เพื่อให้เขากล้าที่จะบอกความรู้สึกทุกข์ทรมานใจและกล้าที่จะยอมรับความช่วยเหลือจากสังคมและคนรอบข้าง

และ ส่งต่อเชื่อมโยง (Link) ภายหลังการให้ความช่วยเหลือจิตใจเบื้องต้นตามความเหมาะสมและสถานการณ์ หากไม่ดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มีความคิดฆ่าตัวตาย ให้พยายามติดต่อครอบครัวหรือชุมชนให้ช่วยป้องกันดูแลส่งต่อเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ขณะที่ สัญญานเตือนของผู้ที่คิดจะฆ่าตัวตาย มี 9 สัญญาณ ได้แก่
1. ชอบพูดเปรยๆหรือระบายความรู้สึกผ่านสังคมออนไลน์ว่าอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครรัก ไร้ค่า ไม่มีใครสนใจ
2. เดินทางไปเยี่ยมคนรู้จักโดยที่ไม่เคยทำมาก่อนเหมือนไปบอกลา
3. แยกตัวไม่พูดกับใคร สีหน้าเศร้าหมอง ซึมเศร้า
4. มีการแจกจ่ายของรักของหวง พูดจาฝากฝังคนข้างหลัง ทำพินัยกรรมในเวลาที่ยังไม่สมควร

5.ติดเหล้าหรือใช้ยาเสพติดหนักในช่วงนี้
6. ทรมานจากการเจ็บป่วยเรื้อรังจนต้องพึ่งยารักษาเป็นประจำ
7. นอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
8. ประสบปัญหาชีวิตเช่น ล้มละลาย สูญเสียคนรักกะทันหัน เป็นโรคเรื้อรัง พิการจากอุบัติเหตุ
และ9. มีอารมณ์ดีขึ้นอย่างกะทันหันตรงกันข้ามกับที่ผ่านๆมา ซึ่งเป็นช่วงอาจแสดงว่าเขารวบรวมความกล้าและตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะฆ่าตัวตาย

ซึ่งหากพบบุคคลใกล้ชิดมีอาการลักษณะข้างต้น ควรต้องเข้าไปพูดคุยทันที และหากยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ ควรโทรปรึกษาขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นสบายใจ ( Sabaijai) ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบ android และ ios  เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง พร้อมแนวทางการช่วยเหลือขั้นต้น