กองทัพบก ทหาร พลเอกอภิรัช คงสมพงษ์ เลือกตั้ง62

‘อภิรัชต์’ นำกำลังพลกว่า 700นาย กล่าวคำปฏิญาณจะรักษามรดก ร.5 ด้วยชีวิต

Home / ข่าวทั่วไป / ‘อภิรัชต์’ นำกำลังพลกว่า 700นาย กล่าวคำปฏิญาณจะรักษามรดก ร.5 ด้วยชีวิต

ผู้บัญชาการทหารบกกองทัพบก นำผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศปฏิญาณตน ลั่นจะสนับสนุนรัฐบาล ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันนี้ ( 7 มี.ค. 62 ) ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอกอภิรัช คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เรียกประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ในวาระพิเศษที่มีขึ้นทุก 3 เดือน มีผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไป ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชามลฑลทหารบกทั่วประเทศ กว่า 700 นายร่วมในการประชุม

โดยก่อนการประชุมพลเอกอภิรัช ได้นำกำลังพลกล่าวคำปฎิญาณตน บริเวณลานพระบรมราชานุเสารีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้ กล่าวคำว่า “ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต” จำนวน 3 ครั้ง และกล่าวคำปฎิญาณตน ว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้าและจะธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร

ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสนับสนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี และมีธรรมาภิบาล ข้าพเจ้าจะดูแลและช่วยเหลือเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสและจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครองครัวด้วยความเมตตาและเป็นธรรม

จากนั้นผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และได้มอบประกาศประกาศชมเชยให้กับพันโทปกิจ ผลฟัก รองหัวหน้ากองยุทธการมลฑลทหารที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี ที่ถูกพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวตำหนิระหว่างดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมกล่าวชมเชยพันโทปกิจ ผู้ซึ่งปฎิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยมีความอดทน อดกลั้นสามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จากการถูกยั่วยุ หมิ่นประมาทขณะปฎิบัติหน้าที่

ซึ่งสถานการณ์นี้เราเคยได้พูดไว้หลายครั้ง ก่อนที่จะมีการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าทหารจะยืนอยู่ตรงไหน เราทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย โดยครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างงานรักษาความสงบเพียงงานหนึ่งเท่านั้น ที่ทหารเข้าไปมีส่วนร่วมกับประชาชน และการที่ทหารจะมีโอกาสที่สัมผัสกับประชาชนถือว่าน้อยมาก แต่ทหารจะสัมผัสกับประชาชนเมื่อประชาชนเดือนร้อน ภัยพิบัติ และมีศึกสงคราม นั่นคือหน้าที่หลักของทหาร

ส่วนในช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเลือกตั้ง ทหารต้องทำหน้าที่ของตนเองด้วยความอดทนอดกลั้น เป็นกลาง ดำเนินทุกอย่างตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นการปฎิบัติหน้าที่ของพันโทปกิจนั้น ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกคนได้ชี้แจงให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ฟังว่าเรามีสมบัติผู้ดี ถูกอบรบสั่งสอน เป็นหนึ่งเดียวกัน

ดังนั้นจากนี้ไปต้องมีความระมัดระวัง รักษาเกียรติความเป็นทหารอาชีพของเราไว้ให้ดี เมื่อไหร่ที่เราแตกสามัคคกันประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ขอให้เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันผ่านพ้นอุปสรรคให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นทหารอาชีพมีความอดทนอดกลั่น