ข่าวจังหวัดอุทัยธานี ข่าวสดวันนี้ ฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้า

อีกราย! เด็กหนุ่มวัย 15 เขียนจม.ลาตาย ก่อนเดินลงสระน้ำข้างบ้านจบปัญหาชีวิต

Home / ข่าวทั่วไป / อีกราย! เด็กหนุ่มวัย 15 เขียนจม.ลาตาย ก่อนเดินลงสระน้ำข้างบ้านจบปัญหาชีวิต

อีกแล้ว! เด็กนักเรียนวัย 15 เครียดเรื่องการเรียน ก่อนเขียนจดหมายลาตาย เดินลงสระน้ำข้างบ้านเสียชีวิต

วันนี้ (11 มี.ค. 2562) ที่ จ.อุทัยธานี ได้เกิดเหตุสุดสลดขึ้น เมื่อเด็กหนุ่มวัย 15 ปีรายหนึ่งได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง เนื่องจากน้อยใจปัญหาเรื่องการเรียน

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ  มูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความในการปฏิบัติภารกิจออกตามหาเด็กหนุ่มคนดังกล่าว หลังพ่อ-แม่ของเขาได้แจ้งเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือในการค้นหา จากการพบจดหมายที่เขาได้เขียนสั่งเสียไว้ และเกรงว่าจะคิดสั้น ก่อนที่เวลาต่อทางเจ้าหน้าที่จะพบร่างของเด็กหนุ่มจมอยู่ในสระน้ำข้างบ้านพักของเขานั่นเอง

ขณะที่ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า ปฏิบัติการค้นหาน้อง อายุ 15 ปี เขตพื้นที่สว่างอารมณ์ คาดว่าจะลงน้ำ สระข้างบ้าน มีจำนวน 5 ลูก 5 แห่ง 🚨 พบแต่เพียงจดหมาย คำบอกลา กระดาษเพียงใบเดียว 😭😭

เวลานี้ ชุดประดาน้ำ ว.10 จุดเกิดเหตุ ” เป็นกำลังใจให้ด้วยครับ ” 🙏🙏 ก่อนที่เวลาต่อมาจะมีคนเข้ามาให้ข้อมูลว่า พบร่างของน้อง และเขาเสียชีวิตแล้ว 
#ทีมค้นหาใต้น้ำมูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี 

ทั้งนี้จากเรื่องราวดังกล่าว ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมในยุคปัจจุบันเยาวชน-นักศึกษาถึงตัดสินใจฆ่าตัวตายได้ง่ายขนาดนี้ เพราะนอกจากเด็กหนุ่มคนดังกล่าวแล้ว ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักศึกษาฆ่าตัวตายด้วยการโดดอาคารเรียนมาแล้วถึง 5 รายด้วยกัน

และทาง  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกมาเผยว่า เหตุการณ์นักเรียน นักศึกษา ฆ่าตัวตายนั้น ควรให้ความสำคัญที่เรื่องสุขภาพจิต ซึ่งปัญหาสุขภาพจิต เป็นความเจ็บป่วยทางจิต ไม่ใช่เรื่องว่าเครียดหรือไม่เครียดอย่างเดียว และผู้ที่ป่วยโรคซึมเศร้า เมื่อมีอาการจะมาบอกให้เขาคิดดีๆ คิดบวก ไม่ได้ผล เนื่องจากสารเคมีในสมองหลั่งออกมาเขาก็จะคิดแต่เรื่องลบ จะต้องได้รับการบำบัดรักษาที่ถูกต้อง

ดังนั้น ถ้าจับสังเกตคนใกล้ชิดได้ ต้องกล้าถามว่าเขามีความคิดนี้หรือไม่ เมื่อได้คำตอบก็รีบช่วย ขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น ไม่ยอมกินข้าว แยกตัวไม่เข้าสังคม กิจกรรมอะไรก็ไม่ทำให้มีความสุข

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ต้องคอยดูแล หรือถ้าใช้คำพูด เช่น โลกนี้ไม่น่าอยู่ อยากตาย มีการเตรียมตัว พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือคนใกล้ชิด ควรเร่งพาไปปรึกษาแพทย์ เพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงทางการแพทย์ก็จะมีกระบวนการดูแล

ข้อมูลข่าวจาก มูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี