ข่าวจังหวัดยโสธร ข่าวตำรวจ ข่าวสดวันนี้ วิสามัญ โอ ขาใหญ่ โอเล็ดลอด

ตำรวจแจง เหตุวิสามัญ โอเล็ดลอด เสียชีวิตขณะกำลังจี้รถชาวบ้านหลบหนี

Home / ข่าวทั่วไป, คลิป / ตำรวจแจง เหตุวิสามัญ โอเล็ดลอด เสียชีวิตขณะกำลังจี้รถชาวบ้านหลบหนี

ตำรวจเผยสาเหตุวิสามัญ โอเล็ดลอด บอกเพื่อยับยั้งคนร้าย ไม่ให้ไปก่อเหตุรุนแรงกับประชาชน หลังชิงรถเพื่อหลบหนีมาแล้ว 3 คัน

จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ได้ใช้อาวุธปืนวิสามัญนายสมศักดิ์ หรือโอเล็ดลอด อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ จ.186/2562 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2562 ในความผิดฐาน “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ตามคดีอาญาของ สภ.บางเสาธง ภ.จว.สมุทรปราการ

จากการที่เขาก่อเหตุลวงนายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี มาฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แล้วนำศพไปฝังดินในที่รกร้าง หมู่ 3 ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จนเสียชีวิตบนถนน หลังจากพบว่าเขากำลังใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะกำลังจี้บังคับเอารถยนต์ของผู้ขับขี่ที่กำลังติดไฟแดงอยู่เพื่อจะหลบหนีการจับกุม จากการที่เขา หนีจาก อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ มาที่ จ.ยโสธรนั้น

ล่าสุดทาง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเผยเหตุผลของการวิสามัญคนร้ายในครั้งนี้ว่า การวิสามัญคนร้ายดังกล่าว เป็นการกระทำไปตามหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหยุดยั้งคนร้าย ไม่ให้ไปก่อเหตุกับประชาชนที่รุนแรงมากขึ้น หลังจากพบว่าเขาได้ใช้ปืนจี้รถชาวบ้านมาแล้ว 3 คันเพื่อใช้ในการหลบหนี แต่ระหว่างที่ล้อมจับคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนที่ติดตัวอยู่ยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ จึงทำให้คนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ทั้งนี้ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนการสอบสวนแบ่งเป็น 4 สำนวน คือ สำนวนคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้ตายตกเป็นผู้ต้องหา , สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพของผู้ต้องหาที่ตาย , สำนวนคดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ของคนร้ายฯ และสำนวนคดีฆ่าผู้อื่นโดยอ้างเหตุป้องกันจากการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญผู้ตายซึ่งเป็นคนร้ายฯ(วิสามัญ)

ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน รอผลการตรวจพิสูจน์ที่เกี่ยวข้องมาประกอบคดี และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนภายในระยะเวลาตามกรอบกฎหมายได้กำหนด จากนั้นจะมีความเห็นทางคดีส่งสำนวนการสอบสวนตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป