ข่าวจังหวัดเชียงใหม่ ข่าวสดวันนี้ ไฟป่า

ชื่นชมกลุ่มเด็กที่ สะเมิง ลุยช่วย จนท.ดับไฟป่า ลดปัญหาฝุ่นควัน

Home / ข่าวทั่วไป / ชื่นชมกลุ่มเด็กที่ สะเมิง ลุยช่วย จนท.ดับไฟป่า ลดปัญหาฝุ่นควัน

คลิปไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านลามเข้าฝั่งไทย ก่อนที่จะมีการเผากลับป้องกันไฟทวีความรุนแรง ขณะเดียวกันปรากฏภาพกลุ่มเด็กจิตอาสาลุยช่วยกันดับไฟป่าแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ป่าไม้

วันนี้ (15 มี.ค. 2562) คนในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพสุดประทับใจของเด็กๆ กลุ่มหนึ่งที่มีหัวใจเป็นจิตอาสารักงานช่วยเหลือสังคม ด้วยการรวมกลุ่มกันเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ดับไฟป่าในพื้นที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ หลังจากพวกเขาเห็นว่าไฟป่าที่เกิดขึ้น เป็นอีกปัญหาสร้างมลพิษ และหมอกควันที่ปกคลุมในพื้นที่จนส่งผลทำให้ค่าฝุ่นละออง PM.2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในขณะนี้

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชาติมาลัย ไขความจริง ที่เผยให้เห็นว่ามีเด็กชายประมาณ 5 คนพร้อมผู้ปกครอง นำอุปกรณ์ดับไฟครบมือขึ้นไปบนภูเขา เพื่อช่วยกันดับไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าภายในพื้นที่ ขณะที่บางส่วนก็มีการนั่งพักเอาแรงหลังจากภารกิจบางส่วนเสร็จสิ้น ก่อนที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

ไม่ต้องมีอีเว้นท์
ไม่ต้องมีคิกออฟ
ไม่ต้องรอผู้ว่าฯ
ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง

เด็กๆ ชาวบ้านที่สะเมิง ออกช่วยดับไฟป่า เสริมหน่วยเสือไฟอีกแรงหนึ่ง
โดยไม่มีเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ผู้ใหญ่มาทำข่าว
ที่สำคัญได้ผลแน่นอน แน่นอนกว่าฉีดน้ำเล่นในเมือง

นอกจากนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก มานะ ไทยนุรักษ์ ได้มีการเผยแพร่คลิปภารกิจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กำลังช่วยกันสกัดไฟป่าที่ลามมาจากฝั่งพม่า โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า เกิดเปลวไฟที่ลุกไหม้ขยายเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่จึงจุดไฟเผาจากฝั่งไทยเพื่อให้ลามไปยังกลุ่มไฟที่ไหม้มา เพราะหากปล่อยจะทำให้ไฟทวีความรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ 

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมเด็กกลุ่มนี้ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวในอันตราย


สำหรับการเผาป่าในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงหน้าแล้งนั้น สาเหตุหลักมาจากมนุษย์ ที่จุดไฟเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ รวมถึงการทำไร่เลื่อนลอย เมื่อเกิดเพลิงไหม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและยากต่อการควบคุม ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการใช้รถใช้ถนนจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยขอแนะวิธีป้องกันไฟป่าและการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย กรณีอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม ดังนี้

1. ดูแลพื้นที่ริมแนวชายป่า เก็บกวาดพื้นที่ให้โล่งเตียน มิให้มีใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้ง หรือหญ้าแห้งกองสุม เพราะหากเกิดไฟไหม้จะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟปะทุและลุกลามอย่างรวดเร็ว

2. สร้างแนวกันไฟล้อมรอบพื้นที่ เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น หมั่นเก็บกวาดและกำจัดเชื้อเพลิงจำพวกใบไม้ กิ่งไม้แห้งและหญ้าที่ทับถมบนแนวกันไฟ และระวังมิให้ต้นไม้ล้มพาดขวางแนวกันไฟ หากเกิดไฟไหม้ไฟจะลุกลามผ่านข้ามแนวกันไฟไปได้

3. เพิ่มความระมัดระวังการจุดไฟในป่าเป็นพิเศษ ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงบนหญ้าแห้ง หากก่อกองไฟหรือประกอบอาหารในป่า ควรควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หลังใช้งานเสร็จแล้วควรดับไฟให้สนิททุกครั้ง

4. หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดไฟป่า เช่น เผาขยะหรือตอซังข้าวบริเวณริมข้างทาง เป็นต้น เพราะนอกจากจะมีโอกาสที่ไฟจะลุกลามเป็นไฟป่าแล้ว ยังทำให้ควันไฟปกคลุมเส้นทาง หากจำเป็นต้องจุดไฟหรือเผาขยะ ควรควบคุมอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมถังน้ำหรือทรายไว้ใกล้ๆ จะได้ดับไฟได้ทัน ในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกให้ใช้วิธีไถกลบหรือนำไปทำปุ๋ยหมักแทนการเผา

นอกจากนี้ ผลกระทบจากไฟป่ายังทำให้เกิดปัญหาหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่ ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน เพื่อความปลอดภัย ประชาชนควรสวมใส่หน้ากากอนามัยและแว่นตาทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เพื่อลดปริมาณการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย และป้องกันการระคายเคืองตา รวมถึงดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นพิเศษ

สำหรับการขับรถช่วงที่มีหมอกควันปกคลุม ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟต่ำหรือไฟตัดหมอกจะช่วยให้มองเห็นสภาพเส้นทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่แซงหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน

ที่สำคัญต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้น หากทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีเนื่องจากมีหมอกควันปกคลุมเส้นทางจำนวนมาก ควรจอดพักริมทางในบริเวณที่ปลอดภัย และรอจนหมอกควันเบาบางลงหรือสามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน ค่อยขับรถต่อไป

ขณะที่ทางกฎหมายได้บัญญัตฐานความผิดในการเผาป่าไว้ ว่า หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเผาป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2584 มาตรา 54 และต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีผู้ใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท 

นอกจากนี้ ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และต้องระวางโทษตามมาตรา 31 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท

และในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000บาท หรือหากพบเหตุไฟไหม้ หรือผู้กระทำผิดสามารถแจ้งได้ที่ 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.