ข่าวสดวันนี้ เกณฑ์ทหาร

หนุ่มแต่งหญิงรอดเกณฑ์ทหาร โร่ขอโทษแล้ว! ยันตุ้งติ้งจริง

Home / ข่าวทั่วไป / หนุ่มแต่งหญิงรอดเกณฑ์ทหาร โร่ขอโทษแล้ว! ยันตุ้งติ้งจริง

หนุ่มแต่งหญิงรอดเกณฑ์ทหารที่นครสวรรค์ โร่ขอโทษผ่านสื่อยันตุ้งติ้งจริง

จากกรณีที่โลกโซเชียลได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ผู้ใช้เฟซบุ๊กชายรายหนึ่ง นำภาพตนเองใส่วิกผมยาว แต่งกายเป็นผู้หญิง และใส่หน้าอกปลอมที่ทำจากซิลิโคลน เดินทางไปเกณฑ์ทหาร ในพื้นที่เขต อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ แล้วรอดไม่ต้องจับใบดำ-ใบแดง เพราะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด

โดยมีข้อความระบุทำนองว่า “ผ่านละ จ้า #หลังจากที่ผ่อนผันมานาน #ละมุนขนาดนี้จะแดงได้ไง ซึ่งรูปและข้อความที่โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของหนุ่มรายนี้ ได้สร้างความไม่พอใจแก่บรรดาชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียลถึงพฤติกรรมที่ดูเหมือนว่าจะเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่นั้น

ล่าสุดวันนี้ (3 เมษายน 2562) ทีมข่าว MThai ได้ติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว พร้อมกับลงพื้นที่หมู่ 12 ต.หัวดง อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เพื่อขอสัมภาษณ์ ก่อนจะทราบชื่อหนุ่มคนดังกล่าวต่อมา คือนายชาญชัย สาโสภา อายุ 24 ปี ซึ่งเขาเผยว่า

ภาพที่โพสต์ไปไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่ยอมรับว่าทำไปเพียงด้วยความคึกคะนองเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีผลเสียตามมา ตนอยากขอโทษสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งตนขอยืนยัน ตนเองเป็นบุคลเพศที่ 3 จริง แต่ด้วยหน้าที่การงานทำให้ตนเองไม่สามารถไว้ผมยาวได้ เนื่องจากตนเองรับงานโชว์การแสดงที่พัทยา ที่ทำมาหลายปีแล้ว

ด้านนายรภัทรธร นุชมอญ อายุ 49 ปี ประธานชมรมนางฟ้าเก้าเลี้ยว ได้ชี้แจงกับทีมข่าวว่า นายชาญชัยเป็นสมาชิกในชมรม และมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนเป็นเพศที่ 3 จริง โดยที่ผ่านมานายชาญชัยต้องไปทำงานเป็นนักแสดงโชว์ที่พัทยา

แต่เนื่องจากช่วงนี้ แม่ของนายชาญชัยมีอาการป่วยด้วยโรคชรา จึงต้องเดินทางกลับมาดูอาการแม่บ่อยๆ ซึ่งในช่วงที่นายชาญชัยเดินทางกลับมา จ.นครสวรรค์ นายชาญชัยมักจะมาช่วยชมรมทำกิจกรรมในเรื่องการคิดท่าเต้นและร่วมซ้อมให้กับทางสมาชิก อสม. ในพื้นที่ อ.เก้าเลี้ยว เป็นประจำ

และตนขอยืนยันว่า นายชาญชัยเป็นเพศที่ 3 จริง ไม่ได้หลอกลวงใคร แต่เนื่องจากความคิดคึกคะนองเลยโพสต์ไปแบบไม่ทันได้คิด จนเกิดเป็นกระแสดราม่าอยู่ในขณะนี้ ก็ถือเป็นบทเรียนของนายชาญชัย และขอโทษแทนนายชาญชัย กับประชาชนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดด้วย

การหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร แม้ว่าจะเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่มีขบวนการทำการสนับสนุนให้ผู้ทหารกองเกินหลบเลี่ยงการรับราชการทหารกันอย่างแพร่หลาย โดยสัสดีอำเภอเป็นตัวการสำคัญโดยมีวิธีการต่างๆ ดังนี้

1.การปลอมใบรับรองผลการตรวจเลือก สด. ๔๓
2.การให้ระบุในใบตรวจร่างกายว่าเป็น มีความผิดปกติทางร่างกาย (ดี 1 ประเภท 2) จึงไม่ต้องไปจับใบดำใบแดง
3.การย้ายสำมะโนครัวและภูมิลำเนาทหาร ไปยังอำเภอที่มีคนสมัครเป็นทหารเต็มแล้ว

สำหรับวิธีการตามข้อ 1 นั้น จะไม่ปรากฏต้นขั้วที่กระทรวงกลาโหม เมื่อมีการตรวจสอบก็จะพบว่าบุคคลนั้นหนีทหารและถูกดำเนินคดีได้ ส่วนวิธีการในข้อ 2-3 เป็นการใช้ช่องว่างของกฎหมายและข้อมูลภายในที่สัสดีมีอยู่
ผู้ผ่านการตรวจเลือกจะได้รับใบตรวจเลือกของจริง ถูกต้องตามกฎหมาย

ตามข่าวที่ปรากฏในปี พ.ศ. 2547 พบว่า สัสดีเรียกรับเงินจากผู้ไม่ต้องการรับราชการทหารเป็นหลักพันบาท สำหรับวิธีการในข้อ 1 และหลักหมื่นบาทสำหรับวิธีการในข้อ 2-3

นอกจากนี้ยังมีผู้ที่หลบหนีไม่เข้ารับการตรวจเลือกซึ่งมักจะถูกสัสดีแจ้งความดำเนินคดี ผู้ที่หลบหนีนั้นต้องรอให้พ้นจากอายุที่ต้องรับราชการทหารคือ 30 ปีและรอให้คดีความหมดอายุความก่อนจึงจะกลับมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนได้ มิฉะนั้นอาจถูกจับกุมและดำเนินคดีได้ อายุความในดคีหนีทหารทั่วไปมีกำหนด 10 ปี

การทำร้ายร่างกายตัวเองหรือผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องรับราชการทหาร มีระวางโทษจำคุกหนึ่งปีถึงแปดปีเ ป็นโทษที่หนักที่สุดในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร และเป็นโทษเดียวในพระราชบัญญัตินี้ที่มีอายุความถึง 15 ปี

ข้อมูลบางส่วนจาก สำนักงานทนายเริงศักดิ์ ทองแก้ว และเพื่อน