?วิทยา? ไม่ห้ามขายเหล้าช่วงเทศกาล

Home / ข่าวทั่วไป / ?วิทยา? ไม่ห้ามขายเหล้าช่วงเทศกาล

10-02-09-021


มั่นใจกฎหมายที่มีอยู่เพียงพอในการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่อาจขยายเวลาห้ามจำหน่ายมากขึ้น ควบคู่รณรงค์ให้ประชาชนรู้พิษภัย ลด ละ เลิก ด้านผู้ประกอบการชี้ จำกัดเวลาขายไม่ทำให้ยอดขายลดลง นโยบายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ได้ ถูกผลักดันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2552 เป็นเทศกาลแรก แต่ยังไม่ทันได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปเสียก่อน ล่าสุดในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมีความเห็นต่างกัน คือจะไม่มีการประกาศนโยบายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นว่า พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีการกำหนดเรื่องการห้ามจำหน่ายและสถานที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไว้ในระดับที่เพียงพอแล้ว

จึงไม่มีนโยบายที่จะห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลทั้งช่วง สงกรานต์ ปีใหม่ หรือลอยกระทงเพิ่มเติมอีก แต่อาจจะขยายช่วงเวลาในการห้ามจำหน่ายมากขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มได้ตลอดเวลา เพราะบางคนเมาแล้วก็ยังขับรถไปซื้อมาดื่มเพิ่มอีก ระหว่างทางก็ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต

นายวิทยา กล่าวอีกว่า ทางกระทรวงมีนโยบายชัดเจนในการไม่ส่งเสริมให้คนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพียงแต่จะเน้นการรณรงค์ให้คน ลด ละ เลิก หรือเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับพิษภัยและอันตรายจากการดื่มของมึนเมามากกว่า ที่จะออกมาตรการห้ามปราม เนื่องจากบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขนั้น เน้นทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้คนทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่กระทรวงอำนาจ ที่มีหน้าที่ในการห้ามคน

อย่างไรก็ตาม หากใครเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังไม่เพียงพอในการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็สามารถชี้แนะเพื่อร่วมกันหารือได้ เพราะเรื่องเช่นนี้เป็นความร่วมมือเชิงสังคมที่คนในสังคมต้องเข้ามาร่วม ตัดสินใจ จะให้ใครคนใดคนหนึ่งคิดหรือตัดสินใจเพียงคนเดียวไม่ได้

?ยังไม่มีบริษัทเหล้ามาพบผม มีแต่กลุ่มที่รณรงค์เรื่องเหล้ามาเจอผม อยากให้ประกาศห้ามขายเหล้าช่วงเทศกาล ผมก็บอกว่าคิดดูให้ดี ทั้งคุณและผมอาจจะโดนตีก็ได้ จึงไม่อยากให้ใช้มาตรการถึงขนาดต้องไปห้าม ซึ่งอาจจะดูรุนแรงเกินไป แต่เรื่องการณรงค์ให้คนเลิก ลด ละเว้นเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะกระทรวงนี้ไม่ใช่กระทรวงที่ห้ามคน แต่ทำหน้าที่สนับสนุนให้คนทำสิ่งที่ควรทำ? นายวิทยา กล่าว

นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ในอนาคตจะมีการเสนอให้มีภาพคำเตือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นภาพเหมือนกับยา สูบ โดยนำภาพของผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรังมาติดข้างฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเตือนพิษภัยของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ในโอกาสที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ครบ 1 ปี จะดำเนินการเข้มงวดในเรื่องของการจำหน่ายในปั๊มน้ำมันให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง แต่ก็ยังไม่จับปรับในทันที แต่ใช้วิธีการตักเตือนและแจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถจำหน่ายในปั๊มได้อีกต่อไป

?ทุกวันนี้ การปฏิบัติอาจยังไม่เข้มงวด เพราะแขนขาที่ทำงานเป็นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด ตามพ.ร.บ.นี้ยังขาดอีก 44 จังหวัด ซึ่งจะประสานงานให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งให้ครบก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์มาถึง เมื่อมีคณะกรรมการครบทุกจังหวัดก็จะทำงานได้จริงจังขึ้น? นายมานิต กล่าว

นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันที่หมดเขตการรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่ยังว่างอยู่อีก 3 ตำแหน่ง

ซึ่งล่าสุดมีผู้มาสมัครแล้วทั้งสิ้น 20 คน ทั้งนี้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะมีการสรุปรายชื่อผู้สมัครผู้ทรงคุณวุฒิ คาดว่าจะมีการตรวจสอบและคัดเลือกได้ไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในส่วนของตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน 1 ตำแหน่งนั้น ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จะมีการหารือกันแล้วคัดเลือกกันเอง จากนั้นจะนำเข้าสู่ รมว.สธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมฯ อีกครั้ง

ด้านแหล่งข่าวจากวงการธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ความเห็นว่า นโยบายใดๆ ก็ตามที่ออกมานั้น ผู้ออกนโยบายควรดูที่สภาพความเป็นจริงด้วยว่า ทำได้หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาการจำกัดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ได้แปลว่าจะช่วยให้การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ทำให้บางครั้งกฎหมายบางตัวที่ออกมาไม่สามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นกลับอยู่ที่ว่ากฎหมายเดิมที่มีอยู่กลับไม่มีการบังคับใช้ ให้เกิดประสิทธิภาพเท่านั้นเอง

?อย่างที่ผ่านมา เรื่องเมาแล้วขับ มีการบังคับใช้กฎหมายกันอย่างต่อเนื่องหรือไม่ หรือกรณีการตั้งจุดตรวจ แทนที่จะตั้งด่านตรวจบริเวณถนน ก็น่าจะตั้งจุดตรวจหน้าร้านค้า ป้องกันไม่ให้ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ขับขี่รถขณะมึนเมา และให้ใช้บริการรถโดยสาร หรือรถแท็กซี่แทน ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ เชื่อว่าจะป้องกันได้แน่ๆ แต่กลับเป็นว่าเมื่อบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เต็มที่ ก็หันไปออกกฎเพิ่มเติมแทน? แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ มองว่านโยบายทุกอย่างออกมามีเจตนาในการควบคุม แต่การจะห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาล อย่างนโยบายที่ผ่านมา ในสภาพความเป็นจริงนั้นทำไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้น การจะออกนโยบายอะไรออกมาต้องดูด้วยว่าเจตนารมณ์อยู่ตรงไหน และให้อยู่บนหลักของความเป็นจริง

ส่วนการควบคุมเวลาขายในความเป็นจริงแล้ว ผู้ประกอบการไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลย จะกระทบก็เพียงแต่บางกลุ่มเท่านั้น เช่นการควบคุมจะควบคุมได้เฉพาะร้านค้าใหญ่ ร้านค้าปลีกเช่น เซเว่น อีเลฟเว่น หรือร้านค้าปลีกในสถานีบริการน้ำมัน แต่ยังไม่สามารถไปควบคุมเวลาขายในร้านค้าปลีกย่อยๆ ตามหมู่บ้าน หรือในชุมชนได้เลย

นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายฯ ได้เข้าพบนายวิทยาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อเสนอให้ดำเนินการใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงวันเทศกาลอย่างน้อยในวัน สงกรานต์ เช่นเดียวกับการห้ามจำหน่ายในวันเลือกตั้ง เนื่องจากสถิติพบว่ามีอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมากที่สุด

2.การออกกฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนของสถานที่ห้ามจำหน่าย หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สวนสาธารณะที่เข้าข่ายห้ามขายห้ามดื่มนั้น ครอบคลุมแค่ไหนอย่างไร และ 3.ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา

?การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หมายถึงห้ามดื่ม แต่เป็นการห้ามเพื่อให้คนที่คิดจะดื่มมีการวางแผนการซื้อล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มเติมหลังจากดื่มไปแล้ว ซึ่งอาจจะมีอาการมึนเมา และประสบอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งในความเป็นจริง นายวิทยา สามารถออกประกาศเรื่องนี้ได้ทันที โดยเฉพาะการห้ามขายในวันสงกรานต์

เพราะที่ผ่านมาได้มีการทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยส่วนใหญ่สนับสนุน อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ ขอฟังนโยบายที่ชัดเจนของนายวิทยาอีกครั้ง ก่อนที่จะหาเวลาขอเข้าพบ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาใหม่? นายคำรณกล่าว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก