กระตุ้นเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง ข่าวสดวันนี้ เที่ยวเมืองรอง แจกเงิน

ประชาธิปัตย์ ห่วง หลังรัฐผุดมาตรการให้เงิน 1,500 หนุนเที่ยวเมืองรอง

Home / ข่าวทั่วไป / ประชาธิปัตย์ ห่วง หลังรัฐผุดมาตรการให้เงิน 1,500 หนุนเที่ยวเมืองรอง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย รัฐแจกเงิน 1,500 หนุนเที่ยวเมืองรอง เหตุเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แค่กระจุกตัว มีร้านธงฟ้าและร้านขายปลีกใหญ่ที่ได้รับผลประโยชน์

จากกรณีที่รัฐบาลเตรียมหารือ เพื่อออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองรอง 55 จังหวัด ด้วยการแจกเงิน ให้ประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป คนละ 1,500 บาท นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ e-Payment ภายใต้งบประมาณกลางจำนวน 15,000 ล้านบาทนั้น

ล่าสุดทางรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสรรเสริญ สมะลาภา ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า มาตรการนี้ดูแล้วหากมีการบังคับใช้จริงคงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแค่กระจุกตัว ไม่ได้กระจายตัวตามพื้นที่ตามที่ตั้งเป้าไว้ เพราะข้อกำหนดของโครงการต้องมีการใช้จ่ายในร้านที่มีคิวอาร์โค้ด ทำให้คาดการว่ามีเพียงไม่กี่ร้าน เช่น ร้านธงฟ้า และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ส่วนร้านค้าทั่วไปจะมีสักกี่ร้านที่เข้าร่วมโครงการ ดังนั้นเงินจำนวน 15,000 ล้านบาท ที่จะใช้ในครั้งนี้อาจไม่ได้ประโยชน์สูงสุด แต่หากจะให้โครงการประสบผลสำเร็จ ควรให้เงินสดแล้วนำไปใช้จ่ายได้กับทุกร้านน่าจะดีกว่า ดังนั้นรัฐบาลควรกลับไปทบทวนในเรื่องนี้ให้ดี ก่อนที่จะประกาศเดินหน้าโครงการ เพราะไม่อย่างนั้นอาจสร้างความเสียหายอื่นๆ ได้

รัฐบาลชุดปัจจุบันบริหารประเทศมา 5 ปีแล้วแต่กลับกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลา จึงอยากให้ทบทวนวิธีการบริหารเศรษฐกิจที่ผ่านมาว่าทำไมจึงไม่ได้ผลแล้วควรนำมาปรับใช้

สำหรับ โครงการ ยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ช่วยเปย์ เมืองรอง เป็น 1 ในแนวคิดจากกระทรวงการคลัง เพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ต่อจาก การลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยว และ การขยายเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ อีก 6 เดือน

ซึ่งมาตรการนี้ จะให้เงินจำนวน 1,500 บาท แก่ประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment โดยผู้มีสิทธิ์ร่วมโครงการ ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน และขอใช้ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คลังโอนเงิน 1,500 บาท เข้าระบบดังกล่าว เริ่มในเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าจะมีคนเข้าร่วม 10 ล้านคน