กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัวนักโทษ

กรมราชทัณฑ์แจงกรณี “มีผู้ปล่อยข่าวนักโทษ 38,000 คน ถูกปล่อยตัว”

Home / ข่าวทั่วไป / กรมราชทัณฑ์แจงกรณี “มีผู้ปล่อยข่าวนักโทษ 38,000 คน ถูกปล่อยตัว”

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี“มีผู้ปล่อยข่าวนักโทษ 38,000 คน ถูกปล่อยตัว”

วันที่ (15 พฤษภาคม 2562) พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อความทางแอพพลิเคชั่น ไลน์โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับมีการปล่อยตัวนักโทษ 38,000 คน ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำที่สุด ซึ่งนักโทษเหล่านี้มีโอกาสกลับมาก่อเหตุซ้ำสูงมาก และให้ช่วยส่งต่อข้อความเหล่านี้ให้แพร่กระจายในวงกว้าง ซึ่งเป็นข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกและรู้สึกหวาดกลัวผู้พ้นโทษเป็นอย่างยิ่ง

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่าข้อความดังกล่าว เป็นข้อความเก่า ที่มักนำมาเผยแพร่ให้สังคมตื่นตระหนก โดยยังขาดข้อเท็จจริงสำคัญตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 หลายประการ อาทิ มาตรา 13 นักโทษเด็ดขาดต่อไปนี้ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ผู้กระทำความผิดซ้ำและมิใช่นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม  นักโทษเด็ดขาดชั้นเลวหรือชั้นเลวมาก เป็นต้น ซึ่งมาตรานี้ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าผู้ที่กระทำผิดในโทษร้ายแรงและไม่มีการพัฒนาพฤตินิสัยในทางที่ดีขึ้นนั้น จะไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ

อีกทั้งในมาตรา 16 นักโทษเด็ดขาดซึ่งจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว จะต้องได้รับผ่านการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ซึ่งเป็นการให้ผู้ต้องขังได้เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย พัฒนาจิตใจ ฝึกทักษะอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตในการออกสู่สังคมภายนอก และในมาตรา 17 ก็ได้ให้กระทรวงยุติธรรมหรือกระทรวงกลาโหม แล้วแต่กรณี ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจติดตาม ดูแล และช่วยเหลือผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ นอกจากนี้ทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังสามารถมีอาชีพภายหลังพ้นโทษ และไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

พันตำรวจเอก ณรัชต์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้สังคมตรวจสอบข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์และอย่าส่งต่อข้อความที่ไม่เป็นความจริงนี้ เพราะจะทำให้สังคมตัดสินว่าคนที่ออกจากคุกทุกคนไม่สามารถกลับตนเป็นคนดีได้และเลือกที่จะไม่ให้โอกาสคนเหล่านั้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้พ้นโทษไม่มีหนทางประกอบอาชีพต้องกลับมากระทำผิดซ้ำอีก ทั้งที่ปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังอีกมากที่สามารถกลับตนเป็นคนดีเป็นกำลังให้กับสังคมทิ้งอดีตที่เคยทำผิดคิดพลาดให้เป็นบทเรียนแก่คนรุ่นหลัง และขอเน้นย้ำให้ผู้พ้นโทษทุกรายตระหนักในโอกาสอันมีค่าที่ตนได้รับกลับตนเป็นคนดีให้ได้ อย่าได้หลงผิดคิดพลาดกลับมากระทำผิดซ้ำเพราะโอกาสเหล่านี้อาจไม่ได้มีมาอีก