ส.ว. ส.ส. ส.ส.-ส.ว.

ส่องประวัติ ส.ส.-ส.ว. ดวงดาวที่เจิดจรัสในสภา

Home / ข่าวทั่วไป, รายงานพิเศษ / ส่องประวัติ ส.ส.-ส.ว. ดวงดาวที่เจิดจรัสในสภา

ประวัติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ขอบคุณภาพจาก Siripong Angkasakulkiat

แม้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย จะไม่ใช่ผู้กล่าวอภิปรายจนได้รับความสนใจ แต่การลงมติงดออกเสียง ซึ่งสวนทางกับมติพรรคที่สนับสนุนเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กลายเป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

โดยนายสิริพงศ์ ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่า

ก่อนหน้านี้ได้แจ้งเรื่องกับทางพรรคทราบมาโดยตลอด ซึ่งทางพรรคก็ได้ให้คำแนะนำหลายอย่าง แต่ตนเชื่อว่าทางออกของแต่ละคนแตกต่างกัน สำหรับตนหาทางออกไม่ได้ นอกจากการรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน และจุดยืนที่ตนเองมีคือ ‘เคารพประชาชน’ ตนก็ยันยืนตั้งแต่ช่วงหาเสียงแล้วว่าหากให้เลือกนายกรัฐมนตรี ก็จะเสนอนายอนุทิน เพียงผู้เดียวเท่านั้น

ที่ผ่านมาภายในพรรคได้พยายามเต็มที่แล้ว ที่จะหาทางออกให้กับประเทศ เราพยายามอย่างจริงจังที่อยากจะเป็นขั้วที่ 3 ให้ได้ แต่เมื่อไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ความเห็นก็เลยเกิดความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งทางพรรคก็ได้เน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนั้น ต้องทำนโยบายให้เป็นความจริงให้ได้ ทั้งนี้ก็รู้สึกหนักใจในการทำงานร่วมกับทางพรรค แต่สิ่งที่ตนทำไปแล้วนั้นก็ต้องยืดอกยอมรับ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะสามารถทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ได้หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนจะะทำตามหน้าที่ อะไรถูกอะไรผิด ก็ว่าไปตามความเป็นจริง รวมถึงการทำงานร่วมกับพรรคหลังจากนี้ และยืนยันว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนมาทาบทาม นอกจากนี้ไม่กังวลว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘งูเห่า’ ของพรรค ทุกอย่างทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ซึ่งทางหัวหน้าพรรค อย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้แล้วว่า

เขาเป็น ส.ส. มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง และสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นบทพิสูจน์ว่าเราไม่เคยบีบบังคับใคร เราแค่ขอความร่วมมือ แต่เมื่อท่านตัดสินใจไปแล้ว เราก็เคารพ ไปขับเขาออกจากพรรคไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องดี ที่พรรคมีความหลากหลายทางความคิด

เขามาขอโทษ ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้กำลังใจ ถ้าจะตำหนิ คือ เขาควรจะบอกเราก่อน เพราะเราเคยประชุม ใครมีแนวคิดอะไรก็บอก ซึ่งคุณโต้งบอกว่า สบายเลยครับ ผมก็เลยประมาท ไม่ได้ระแวงสงสัย

I

ประวัติการศึกษาและการทำงานนายสิริพงศ์

สำหรับนายสิริพงศ์ เคยเป็นศิษย์เก่าสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และยังเป็นกรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สิริมงคลพร๊อพเพอร์ตี้ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีชื่อเสียงของจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งต่อท้ายอีกมากมายทั้งในเรื่องธุรกิจและการเมือง รวมทั้งได้ส่งต่อโอกาสให้กับคนที่รักการทำหนังโดยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ไทบ้านเดอะซีรีส์” ก่อนย้ายมาอยู่ภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ เคยอยู่พรรคชาติไทยมาก่อน และตัดสินใจเดินหันหลังให้พรรคชาติไทยฯ เนื่องด้วยเหตุผลนโยบายพรรคเปลี่ยนไป

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สส. พลังประชารัฐ

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สส. พลังประชารัฐ กลายเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ได้รับความสนใจ หลังเจ้าตัวได้พูดในที่ประชุมรัฐสภา ท่อนหนึ่งระบุว่า

“คนเราไม่มีทางเท่ากันหรอกครับ หน้าตาก็ไม่เหมือนกันแล้ว แล้วก็สิ่งที่เรียกร้องกันอยากให้เท่าเทียมกัน การศึกษาก็ไม่ได้เท่ากัน การมีมนุษยสัมพันธ์ก็ไม่ได้เท่ากัน ไม่มีอะไรเท่ากันหรอกครับ”

ถ้อยคำดังกล่าวถูกแชร์และถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย. 2562 นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ได้ออกมาพูดถึงถ้อยคำที่ผู้คนให้ความสนใจและพากันวิพากษ์วิจารณ์ โดยเจ้าตัวระบุว่า

บริบท ของคำว่า ไม่มีใครเท่าเทียมกันในสังคม มันเป็นสัจธรรม ที่ผมพยามจะอภิปรายให้ผู้ที่พยายามทำให้คนเราที่เกิดมาไม่เท่ากัน ทำให้มันเท่ากัน อยู่ร่วมกันแบบเท่ากัน แล้วเรียกมันว่า ประชาธิปไตย แค่คิดก็ผิดแล้ว มันจะมีความสุขได้อย่างไรเพราะมันฝืนความเป็นธรรมชาติ

คนเราต้องรู้จักตนเอง ต้องยอมรับความต่างถึงจะอยู่กันอย่างมีความสุข ตนเติบโตมาในสังคมและวัฒนธรรมแบบไทยๆ มีความเคารพในสิทธิความเท่าเทียมกัน แต่การแสดงออกแบบไม่ให้ความเคารพผู้ใหญ่ ตนรับไม่ได้จริงๆ ครับ

ทั้งนี้ นายกษิดิ์เดช เป็นตัวแทนของประชาชนชาวเขตลาดพร้าวและเขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงพลับพลา) กรุงเทพมหานคร ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 29,090 คะแนน

การทำงานการเมือง
  • ลงเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพฯ ในเขตลาดพร้าว ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปีพ.ศ.2549
  • วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2549 ได้รับเลือกตั้งเป็นสก.เขตลาดพร้าว ด้วยคะแนน 15,432 คะแนน
  • เป็นสก.ประชาธิปัตย์คนแรกของเขตลาดพร้าว
  • ประธานคณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และติดตามงบประมาณประจำปี 2552
ประวัติการศึกษา
  • มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
  • ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม สาขาครุศาสตร์บัณฑิต เอกภาษาอังกฤษ
  • ปริญญาโท มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง
ประวัติการศึกษา
  • หลักสูตร นักบริหารระดับสูง สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพฯ (สถาบันพระปกเกล้า) 2550
  • หลักสูตร เสริมสร้างความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาเขตรุ่นที่ 4 (สถาบันพระปกเกล้า) 2543
ประวัติการทำงาน
  • ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทเกษตร ยูคา จำกัด (แปรรูปไม้ยูคาลิปตัสเพื่อการส่งออก) 2531-2535
  • เจ้าหน้าที่ประสานงานราชการและการตลาด บริษัท เอส.ซี.จี. จำกัด (รับสร้างปั๊มน้ำมัน, ปั๊มแก๊ส, โรงบรรจุแก๊ส ประมูลงานจาก ป.ต.ท.และเอกชน) 2535-2538
  • กรรมการบริหาร บริษัท โอทีที เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด (รับออกแบบสร้างคลังน้ำมัน, ระบบดับเพลิง, โรงบรรจุก๊าซ ประมูลงาน จาก ป.ต.ท. การบินไทย และเอกชน) 2539-2544
  • กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอทีกรุ๊ป จำกัด (รับออกแบบและสร้างบ้าน) 2545-2549
ประสบการณ์ทางการเมือง
  • สมาชิกสภากรุงเทพฯ เขตลาดพร้าว (2549-2553)
  • ที่ปรึกษา ส.ส.ชนินทร์ รุ่งแสง (ส.ส.เขต )
  • ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และติดตามงบประมาณปี 2552
  • คณะกรรมการพิจารณางบประมาณของกรุงเทพมหานครปี 2550 และ 2553
  • เลขานุการคณะกรรมการด้านขนส่งและการระบายน้ำของสภากทม. (2550-2551)
  • คณะกรรมการโยธา โยธาและผังเมืองของสภากรุงเทพฯ (2550-2551)
  • คณะกรรมการวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว (2553
  • ที่ปรึกษาโฆษกผู้ว่าฯ กทม. (2549)

II

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ช่วงหนึ่งนายนายมงคลกิตติ์ ได้พูดถึง พล.อ.ประยุทธ์และนายธนาธรว่า

เป็นคนดีทั้งคู่ เป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริต และก็เป็นคนที่จงรักภักดี ผมมองแววตาแล้ว เพราะฉะนั้นประเทศไทยมีบุญแล้วที่มี 2 คนเป็นแคนดิเดท ผมรู้สึกรักพี่เสียดายน้อง รักน้องเสียดายพี่ แต่มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีความเหมาะสมมากกว่า ในระยะเวลานี้ แต่อนาคตเบื้องหน้า ธนาธรอาจจะพร้อมกว่านี้

จากการอภิปรายของนายมงคลกิตติ์ กลายเป็นสีสันให้กับสมาชิกสภา รวมไปถึงผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างมาก สำหรับนายมงคลกิตติ์นั้น เดิมชื่อ ธนะ สุขสินธรานนท์ เป็นคนจังหวัดพิษณุโลก ชื่อเล่น เต้ เกิดวันที่ 25 กันยายน 2524 อายุ 37 ปี

ประวัติการศึกษา
  • จบการศึกษามัธยมศึกษาที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม
  • ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ภาควิชาวิศวกรรรมไฟฟ้า
  • คณะวิศวกรรมศาตร์ ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครองสำหรับนักบริหารระดับสูง

เดิมเคยเป็นอดีตเลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ ขณะที่เส้นทางด้านการเมืองเคยเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ (เขตเลือกตั้งที่ 11) สังกัดพรรคประชาราช แต่ไม่ได้รับเลือก ได้เพียง 1,357 คะแนน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์

IIII

ดร.สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย

ดร.สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นกล่าวอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา เกี่ยวกับกรณีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปิดการทำเหมืองแร่ทองอัครา บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ จ.พิจิตร เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้คนกลับมาสนใจคดีเหมืองแร่ทองอัคราอีกครั้ง

สำหรับ สุทิน คลังแสง นั้น เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2504 ที่อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม

ประวัติการศึกษา
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการศึกษา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม
  • ระดับปริญญาโท สาขาไทยคดีศึกษา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม
  • ปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย
  • ผ่านการศึกษาอบรมหลักสูตรการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย จากสถาบันพระปกเกล้า
ประวัติการทำงาน – งานการเมือง

สุทิน คลังแสง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักไทย ต่อมาจึงได้มาสมัครในระบบเขตเลือกตั้งที่จังหวัดมหาสารคาม ในนามพรรคพลังประชาชน

ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 ในปี พ.ศ. 2551 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน

IIIII

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กลายเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ได้รับความสนใจ หลังเจ้าตัวได้ประท้วงขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวอภิปราย หนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ระบุว่า

ช่วงก่อนปี 57 บ้านเมืองเราเกิดความวุ่นวายอย่างมาก กระทั่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะฯ ได้ทำการรัฐประหารและบริหารประเทศต่อ ซึ่งบ้านเมืองเกิดความสงบสุข และเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศ หากมองในมุมของนายธนาธร ซึ่งยังไม่มีผลงานใดๆ เข้าใจว่าเพิ่งเข้ามาสู่การเมือง เมื่อดูจากผลงานที่ผ่านมาแล้วตนจึงมองว่าพลเอกประยุทธ์ เหมาะสมที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่า

นายจิรายุ ได้ประท้วงโดยยกกฎข้อเบียบที่ 5 การประชุมร่วมรัฐสภา โดยมองว่านายเสรี ได้อภิปรายล่วงเวลาไปกว่า 20 นาทีแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกรัฐสภาท่านอื่นๆ ได้อภิปราย เพียง 10-15 นาทีเท่านั้น นายจิรายุ ท้วงว่าท่านประธานควรมีบรรทัดฐานการควบคุมระยะเวลาในการอภิปรายที่เหมาะสม พร้อมระบุด้วยว่านายเสรี ‘ชอบเผด็จการ’

ทางด้านนายเสรี จึงกล่าวถึงสิ่งที่นายจิรายุ กล่าวหา โดยยืนยันว่า

ตนนิยมเผด็จการประชาธิปไตย แต่ไม่ได้นิยมพวกประชาธิปไตยจอมปลอม ก่อนที่ประธานจะเบรกเพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้เถียงกันอีก พร้อมแจ้งให้นายจิรายุ ถอนคำพูดเพื่อไม่ให้เกิดการโต้เถียงกัน กระทั่งนายจิรายุ ได้กล่าวถอนคำพูด แต่ระบุว่านายเสรีเปฌน ผู้ที่ชื่นชอบผู้มีบุญคุณ

สำหรับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ชื่อเล่น “ยุ” เกิดที่ กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็น ส.ส. เขต 18 (เขตคลองสามวา) สังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็นอดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี และสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ประวัติการศึกษา
  • จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนเซนต์จอห์น
  • ปริญญาโท สาขาการบริหารสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ศึกษาต่อการออกแบบที่นครเมลเบินท์ ออสเตเลีย
ประวัติการทำงาน-การทำงานสังคม
  • นายจิรายุเคยเป็นนักข่าวมาก่อน ทั้งนักข่าวหนังสือพิมพ์ ดีเจที่วิทยุ ผู้สื่อข่าว รวมไปถึงผู้ประกาศข่าว
  • อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยสยาม
  • อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อาจารย์พิเศษ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
  • อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 2 สมัย
  • กรรมการ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมณราชูปถัมป์ (รยสท)
ประสบการณ์ทางการเมือง
  • เมื่อปี 2552 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ได้มีการเข้าไปปฏิรูปสถานีโทรทัศน์ NBT ขณะนั้นนายจิรายุ ได้ทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวอยู่
  • วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 นายจิรายุถูกปลดจากการเป็นผู้ประกาศข่าวที่ NBT จากนั้นจึงเข้ามาร่วมงานกับทีมพรรคเพื่อไทย
  • ในการเลือกตั้งปี 2554 นายจิรายุ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 18 (เขตคลองสามวา) สามารถเอาชนะคู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น ส.ส.หลายสมัย อย่างนายสมัย เจริญช่างได้
  • การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 นายจิรายุ ยังคงเป็นผู้ชนะและได้เป็น ส.ส.เขต 18 (เขตคลองสามวา)

IIIIII

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.

ส่วนนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้กล่าวอภิปรายยกเหตุผลที่ควรให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้ที่ถูกนายจิรายุประท้วงขณะกล่าวอภิปราย ตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499

ประวัติการศึกษา
  • มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบางปะอิน”ราชานุเคราะห์” 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • ปี 2517 มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กทม.
  • ปี 2522 ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รุ่น 5
  • ปี 2522 อบรมกฎหมายธุรกิจภาคปฏิบัติรุ่นที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปี 2523 เนติบัณฑิตไทย รุ่นที่ 33
ประวัติการทำงาน -งานการเมือง
  • เสรี สุวรรณภานนท์ เริ่มทำงานเป็นทนายความ และเป็นหัวหน้าสำนักกฎหมายเสรี เคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสภาทนายความ พ.ศ. 2534-2540
  • ในปี พ.ศ. 2539 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
  • ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2543 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา
  • ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และมีตำแหน่งเป็นรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 1
  • เดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ได้เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคธรรมาธิปัตย์ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาสันติ)
  • การเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคประชาสันติ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค
  • ปี 2562 เสรี สุวรรณภานนท์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ส.ว.

IIIIIII

พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ

พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ นับเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่กล่าวอภิปรายหนุน พล.อ. ประยุทธ์ และได้รับความสนใจในการประชุมสภาวานนี้

สำหรับ พ.ต.ท.ไวพจน์ เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 เป็นอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. นอกจากนี้

ประวัติการศึกษา
  • รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  • พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตทางรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ประวัติการทำงาน -งานการเมือง
  • ในปี พ.ศ. 2551 พ.ต.ท.ไวพจน์ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน
  • ในปี พ.ศ. 2556 เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการการประปาส่วนภูมิภาค
  • การเลือกตั้งพ.ศ. 2557 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย
  • ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระกรวงการคลัง
  • เลขาณุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • เลขาณุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม
  • เลขาณุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • ในปี พ.ศ.2562 พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ชนะเลือกตั้งเขต 2 ของจังหวัดกำแพงเพชร