พนักงานเคอรี่ วินตีกัน

แม่หนุ่มเคอรี่เศร้า! ยันลูกแค่ออกไปดูวินตีกันและเก็บรถเข้าบ้าน ไม่ได้ร่วมก่อเหตุ

Home / ข่าวทั่วไป / แม่หนุ่มเคอรี่เศร้า! ยันลูกแค่ออกไปดูวินตีกันและเก็บรถเข้าบ้าน ไม่ได้ร่วมก่อเหตุ

จากกรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างวินจักรยานยนต์รับจ้างที่ออกมาปิดถนนทำร้ายร่างกาย และใช้ปืนไล่ยิงกัน ภายในซอยสุขุมวิท เป็นเหตุให้มีชาวบ้านถูกลูกหลงเสียชีวิต 2 รายคือ นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานบริษัทเคอรี่ และ นายวัชรรินทร์ งาเฉลา อายุ 33 ปี วิน จยย.หน้าธนาคาร ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

อ่านต่อ >> คลิปนาทีวินมอเตอร์ไซค์ ยกพวกตีกันกลางถนนสุขุมวิท ชาวบ้านโดนลูกหลง เสียชีวิต 2 ราย

ล่าสุด (16 มิ.ย. 62) เมื่อเวลา 12:00 น. ครอบครัวของนายวีรวัฒน์ พนักงานบริษัทเคอรี่ ที่ถูกลูกหลงเสียชีวิตได้เดินทางเข้ารับศพผู้เสียชีวิต ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่วัดบางนาใน ย่านอุดมสุข

 

ทั้งนี้ ระหว่างการรอรับศพ นางแดง เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังว่า กำลังเดินไปซื้ออาหารที่ตลาดอุดมสุขกับลูกชาย และได้เดินอ้อมหลังตลาดไปจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยลูกชายได้เดินเข้าไปมุงดูเหตุการณ์ด้วย เนื่องจากเห็นว่ามีคนในซอยไปร่วมในเหตุการณ์และอยากเข้าไประงับเหตุ ซึ่งตนก็ได้ห้ามปรามและบอกให้ลูกชายเดินกลับบ้านไปก่อน

จากนั้นตนก็เดินไปซื้ออาหาร และน้ำเต้าหู้จากร้านสะดวกซื้อดื่ม ก่อนจะเดินตามหลังลูกชายกลับไปที่บ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงมีคนทะเลาะกันห่างจากบ้านของตนเพียง 3-4 หลัง ก็เดินออกไปดูและยังบอกให้ลูกสะใภ้ไปนำรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเข้ามาเก็บเพราะกลัวถูกลูกหลง ซึ่งลูกชายก็ได้อาสาไปนำรถเข้ามาเก็บเอง แต่ขณะกำลังเดินไปถึงรถจักรยานยนต์ ก็เห็นลูกชายถูกยิงล้มลง ไม่รู้กระสุนมาจากทิศทางใด จึงไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนยิง หลังเกิดเหตุได้เรียกรถพยาบาลให้มาช่วยพาลูกชายไปรักษา แต่ก็ติดที่กลุ่มผู้ก่อเหตุขัดขวางทำให้พาตัวไปรักษาไม่ทัน เป็นเหตุให้เสียชีวิต

ตนยังรู้สึกเศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะลูกชายถือเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว ซึ่งตนไม่รู้ว่าลูกชายเคยไปมีเรื่องกับใครมาก่อนหรือไม่ แต่เท่าที่รู้ลูกชายเป็นคนดี รักครอบครัว และเป็นคนขยัน เงินที่ได้มาจากการทำงานส่งพัสดุเอกสาร ก็มักจะแบ่งส่วนหนึ่งมาเป็นค่าผ่อนบ้าน และของใช้ในบ้านเป็นประจำทุกเดือน เมื่อลูกชายเสียชีวิตไปก็ไม่รู้จะมีใครช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้อีก ทั้งนี้ตนก็อยากร้องขอให้ตำรวจติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้